แนะนำเพิ่มเติม

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ห้ามเดินข้ามหนังสือ

ห้ามเดินข้ามหนังสือ

      โบราณว่า หนังสือตำราเป็นของฟ้า ของสูง อย่าเดินข้าม หาไม่แล้วจะถูกสาปให้กลายเป็นคนโง่เขลา เบาปัญญา ร่ำเรียนศาสตร์ใก หรือทำการงานใดๆก็จะไม่สำเร็จ

ปริศนาข้อห้าม
  การเดินข้ามหนังสือทำให้กลายเป็นควโง่เขลา เบาปัญญา ทำมาหากินไม่ขึ้นจริงหรือ

  ไขปริศนาข้อห้าม
   สมัยโบราณโอกาสเข้าถึงการศึกษามีน้อย สถานศึกษาส่วนใหญ่เป็นวัดที่มีเจ้าขุนมูลนายจากในรั้วในวังมาบวชแล้วเป็นครูสอนตำราให้กับลูกหลานชาวบ้าน โดยใช้กระดานชนวนแทนสมุดขีดเขียน ส่วนหนังสือนั้นยังเป็นของ หายาก ครูบาอาจารย์ท่านจึงสอนให้รู็คุณค่าของหนังสือ เคารพหนังสือเหมือนเคารพครู ใครที่ไม่ถือปฎิบัติตาม  ก้าวข้ามหนังสือไปมาอย่างผู้ไม่สำรวมแล้ว ย่อมบ่งบอกถึงผู้ไม่สนใจการศึกษา ไม่สนใจตำรับตำราที่จะประสาทวิชาให้ฉะนั้นแล้ว ไหนเลยจะก้าวหน้าในวิชาชีพอื่นๆได้
  คนสมัยก่อนมีรองเท้าใช้กันน้อย การก้าวข้ามหนังสือไปมาอาจพลาดไปเหยียบหนังสือเข้าจนได้ ปกหนังสือก็จะเลอะไปด้วยรอยฝ่าเท้าซึ่งดูไม่ชวนอ่านเอาซะเลย

   อีกประการคือ คนไทยถือกิริยามารยาทเป็นเรื่องสำคัญ จะก้าว จะเดินต้องสำรวมกิริยาอาการ การใกจะส่อถึงความไร้สกุลรุนชาติก็ไม่ควรทำ และด้วยกศโลบายนี้เองจึงกลายเป็นวัฒนธรรมการศึกษาจนถึงปัจจุบัน
   
    ความแยบยล  ลึกซึ้ง ลึกลับ ของกศโลบาย
  คนไทยโบราณให้ความนับถือเจ้าขุนมูลนาย ผู้มีียศถาบรรดาศักดิ์ ตามระบบศุกดินาดั้งเดิม ซึ่งคนเหล่านี้โดยมากแล้วเป็นผู้มีการศึกษาดี มีเอกสารหลักฐานรองรับ บรรดาผู้ปรารถนาให้ลูกหลานของตนเติบโตเป็นข้าราชการบ้างก็จะขวนขวายหาสถานศึกษาให้บุรรได้ร่ำเรียนเขียนอ่าน เพราะไม่อยากให้บุตรลำบากเหมือนตน เมือครูบาอาจารย์ หรือพ่อแม่ เห็นลูก-ศิษย์ ก้าวข้ามหนังสือ ย่อมเสียความรู้สึกว่าตนอุตสาห์ไปร่ำเรียน หรือพร่ำสอนวิชาให้ กลับไม่เคารพในตำรับตำรา จึงออกกุศโลบายนำเอาวัฒนธรรมไทยเรื่องกิริยามารยาทมาใช้ัอย่างแนบเนียน ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดี



ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
หนังสือ  ตำนานเล่าขาน  โบราณห้ามทำ
ผู้เขียน พ.อ.อ.จักราพิชญ์ อัตโน
มีวางจำหน่ายที่ 7-11

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย บริษัทอีเทอร์นิตี้ไอเดีย 168 จำกัด

ห้ามแมวดำข้ามศพ

ห้ามแมวดำข้ามศพ

    โบราณว่า ห้ามแมวดำข้ามศพ มิฉะนั้นจะเกิดอาถรรพ์แก่วิญญาณผู้ตายให้กลายเป็นผีดุร้าย

    ไขปริศนาข้อห้าม
    ในสมัยโบราณ เมื่อมีงานศพเจ้าภาพจะจัดหาอาหารมาเลี้ยงแขกเหรื่อในพิธี  แมวเป็นสัตว์ที่เงี่ยบเมื่อมันได้กลิ่นอาหารก็จะไปซ่อนตัว รอจังหวะขโมยอาหาร โดยเฉพาะแมวดำที่สีกลมกลืนกับความมืด เมื่อจู่ๆ มันปรากฎตัวขึ้น คนก็จะพากันตกใจนึกว่าเป็นผี  ส่วนเจ้าแมวก็พาลตกใจวิ่งพล่านชนโต๊ะหมู่บูชาล้มกระจัดกระจาย หรือซ้ำร้ายกระโดดข้ามหีบศพ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ถือเป็นการไม่ให้ความเคารพศพ
   อีกประการสมัยโบราณมีความเชื่อเรื่องเวทย์มนต์  คาถา และ ของขลัง ศพผู้หญิงเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการทำน้ำมันพราย หรือไม่ก็จะมีสัตว์ร้ายมาแอบกินศพได้ จึงต้องมีคนเฝ้าตลอดเวลา

  กล่าวได้ว่าข้อห้ามนี้อาจเป็นกุศโลบายให้ความเคารพ  รักษาศพและรักษาสภาพจิตใจผู้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักมากกว่าจะทำให้วิญญาณผู้ตายกลายเป็นผีเฮี้ยน


   ความแยบบลลึกซึ้ง และลึกลับของกุศโลบาย
   คนไทยมีความเชื่อเรื่อง  ชีวิตหลังความตาย และเกรงกลัวผีร้าย เคารพผีเรือน โดยเชื่อกันว่าแมวเป็นสัตวที่สามารถมองเห็นวิญญาณได้ ดวงตาที่สะท้อนแสงแวววาวของมันในยามราตรี  บุคลิก ท่วงท่าลึกลับของมัน ดูน่าขนลุกขนพองต้องตามตำราว่ามันปลุกวิญญาณคนตายให้กลายเป็นผีร้ายได้ด้วยเหตุนี้ แมวดำจึงกลายเป็นสัตว์ต้องห้ามในพิธีศพนั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
หนังสือ  ตำนานเล่าขาน  โบราณห้ามทำ
ผู้เขียน พ.อ.อ.จักราพิชญ์ อัตโน
มีวางจำหน่ายที่ 7-11

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย บริษัทอีเทอร์นิตี้ไอเดีย 168 จำกัด



วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ห้ามนอนหันศรีษะไปทางทิศตะวันตก

ห้ามนอนหันศรีษะไปทางทิศตะวันตก
         โบราณว่า "ห้ามนอนหันศีรษะไปทางทศตะวันตกจะทำให้เจ็บป่วย โชคร้าย และอายุสั้น"
ปริศนาข้อห้าม
          การนอนหันศีรษะไปทางทิศตะวันตกจะทำให้เจ็บป่วย และอายุสั้นจริงหรือ?
  ไขปริศนาข้อห้าม 
          คำโบราณว่าไว้ สร้างบ้านผิดคิดจนตัวตาย  การวางตำแหน่งห้องนอนไว้ทิศตะวันตก ผนังห้องจะรับแสงแดด  และสะสมความร้อนไว้ แล้วค่อยๆคลายความร้อนในเวลากลางคืน ทำให้เรารู้สึกร้อนอบอ้าวจนนอนไม่หลับ เมื่อนอนไม่หลับบ่อยๆ เข้าสุขภาพจิตก็ย่ำแย่ ร่างกายอ่อนแอ และเจ็บป่วยในที่สุด
           การนอนหันศรีษะไปทางทิศตะวันตกเท่ากับว่าเราหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกก็จะสาดแสงส่งไบหน้าเรา เป็นการรบกวนการนอนหลับ

           อีกประการคือ สังคมไทยมีการไปมาหาสู่กัน ไปลามาไหว้ และเชื้อเชิญให้พักอาศัยด้วยกันสักคืน แต่คงเป็นเรื่องน่ากระดากใจอยู่ไม่น้อย หากต่างคนต่างหันนอนไปคนละทิศละทาง คนโบราณจึงออกอุบายให้หันศีรษะไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันของสังคมนั่นเอง
         
           ความแยบยล ลึกซึ้งลึกลับ ของกุศโลบาย
    ในพิธีศพจะหันศรีษะผู้ตายไปทางทศตะวันตก ฝังศพในป่าช้าก็หันศรีษะไปทิศตะวันตก คนโบราณจึงถือว่าทิศตะวันตกเป็นทิศคนตาย หากใครทำอะไรเหมือนคนตายก็จะตายตกตามกันไป และมีความเชื่อกันว่าสัมภเวสรีร่อนเร่ผ่านไปมาเจอเข้าอาจเข้าใจผิดคิดว่าเราเสียชีวิตแล้วก็จะพรากวิญญาณเราไปอยู่ด้วย ดังนี้แล้ว กุศโลบายนี้จึงม่น้ำหรักมากพอให้ผู้คนเชื่อถือได้ในยุคสมัยที่ยังนับถือผี เจ้าที่ เจ้าทาง



ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
หนังสือ  ตำนานเล่าขาน  โบราณห้ามทำ
ผู้เขียน พ.อ.อ.จักราพิชญ์ อัตโน
มีวางจำหน่ายที่ 7-11

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย บริษัทอีเทอร์นิตี้ไอเดีย 168 จำกัด

โบราณห้ามทำ

โบราณห้ามทำ
       เป็นภูมิปัญญาบรรพชนไทยใช้เตือนสติลูกหลานให้ละเว้นการกระทำอันอาจส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่นอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และหมายมุ่งจัดระเบียนสังคม งานพิธีกรรมต่างๆ ให้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้มีความสะดวกแก่ทุกฝ่าย

   ข้อห้ามบางข้ออาจฟังดูไม่น่าเชื่อถือ แต่เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดรอบด้านแล้วกลับพบว่า เป็นกุศโบายที่ลึกซึ้งและให้ผลลัพธ์เช่นนั้นจริง อย่างน่าทึ่ง อาทิ "ห้ามเดินข้ามหนังสือ" มิฉะนั้นจะกลายเป็นคนโง่เขลา" การเดินข้ามหนังสือไม่น่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสติปัญญาเลย แต่การทำเช่นนั้นเป็นการบ่มเพาะนิสัยไม่ให้หยาบกระด้าง ไม่ให้เกียรติครูบาอาจารย์ และไม่สนใจกับการศึกษา เมื่อทำเช่นนั้นบ่อยๆ เข้าก็จะเป็นนิสัยสะสมอยู่ในจิตใจ กลายเป็นคนไม่สนใจศึกษาตำรับตำราและโง่เขลาไปในที่สุด

    ความช่างสังเกตพฤติกรรมผู้คนและธรรมชาติ ได้สั่งสมเป็นสถิติให้บรรพชนไทยแตกฉานในวัฎจักรธรรมชาติและเจนจัดในจริตของมนุษย์รู้ว่าอะไรดี อะไรร้าย ท่านจึงใช้ความเชื่อทางศาสนา ผีสาง เทวดา และวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือสร้างกุศโลบายข้อห้ามขึ้นมาให้มีความกลมกลืนกับความเป็นจริงทางธรรมชาติและสภาพสังคมนใขณะนั้น ซึ่งก็ได้ผลเป็นอย่างดี



ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก
หนังสือ  ตำนานเล่าขาน  โบราณห้ามทำ 
ผู้เขียน พ.อ.อ.จักราพิชญ์ อัตโน
มีวางจำหน่ายที่ 7-11

จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย บริษัทอีเทอร์นิตี้ไอเดีย 168 จำกัด

วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2559

คืนแรกในป่าช้า

คืนแรกในป่าช้า
     หลวงปู่ชา สุภัคโท วัดป่าพง จังหวัดอุบล เล่าเรื่องความกลัว(ผี)
ครั้งแรกในป่าช้า ครั้งแรกที่กลัวสุดขีด
เกิดมาก็กลัวผีแล้วไม่เคยเห็นดอกแต่กลัว ความกลัวของหลวงปู่ชานั้นท่านกลัวจริงๆ กลัวจนแทบเสียสติ รู้ทั้งรู้ว่ากลัวแต่ท่านจะเอาชนะความกลัวในใจมีทั้งเดินหน้าสู้และถอยหลังไม่เอา จิตมันเถียงกันทั้งวันทั้งคืน สู้ ...ไม่สู้..สู้..
   เรื่องความกลัวหลวงปู่ชาท่านเล่าเอง ท่านบอกว่าท่านเป็นพระที่กลัวผีมากที่สุด มีอยู่ครั้งหนึ่งหลังจากท่านบวชเป็นพระแล้วได้ออกปฏิบัติธรรมกัหมู่คณะคืนแรกปักกลดกลางป่าดงพงทึบตรังนั้นวังเวงมากบรรยากาศชวนขนหัวลุก
   กลดของหมู่คณะก็ปักอยู่ห่างกันพอตะโกนถึงกันได้ ตอนที่ตะวันยังไม่ลับฟ้าพอมีแสงตะวันรำไรก็ไม่เท่าไร แต่หลังตะวันตกดินมันน่ากลัวไปหมด ขณะนั่งภาวนาอยู่ภายในกลดก็มีฝูงหมาป่ามันมาล้อมกลดมันทั้งขู่ทั้งแยกเขี้ยและเห่าจะกระโจนเข้ามาในกลดให้ได้
   กลัวก็กลัวเพราะหน้าตาของพวกมันน่ากลัว
ก็มันเล่นตีวงล้อมกลดไว้จะรุมกินโต๊ะ ท่องพุทโธๆๆ มันก็ยังไม่ยอมหนีก็เลยนั้งหลับตาไม่มองมันละมันจะทำอะไรก็ช่างหัวมัน ในขณะเดียวกันก็กำหนดจิตอธิฐานไปว่า
    ข้ามาที่นี่ไม่ได้มาเบียดเบียนใคร มาเพื่อต้องการบำเพ็ญความดีมุ่งต่อความพ้นทุกข์ ถ้าหากเราเคยมีกรรมต่อกันมาก็ขอให้กัดข้าให้ตายเถิด เพื่อเป็นการชดใช้หนี้กรรมเก่า แต่ถ้าไม่มีเวรมีภัยใดๆ ต่อกันแล้วก็ขอให้หลีกไป
    พวกหมาป่ากระหายเลือดเหล่านั้นก็ไม่ยอมไป แต่ท่านก็ภาวนาไปสักพักหนึ่งก็เห็นหลวงปู้่มั่นฉายไฟแว่บๆ เดินมาพอมาถึงฝูงหมาป่าท่านก็ตวาดขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า
    "ไป๊! พวกสูจะมาทำอะไรเขาอยู่ที่นี่เล่า"
ก็ไม่รู้ว่าหมาป่าที่มาล้อมกลดเหล่านั้นเป็นพวกปีศาจจำแลงหรือเปล่า เพื่อทดสอบจิตของหลวงปู่ชาว่าจะมีความมั่งคงแค่ไหนอย่างไร และที่แปลกใจทำไมพวกหมาป่าพวกนั้นจึงกลัวหลวงปู่มั่นจนแตกกระเจิงหนีไป
   ท่านพูดพร้อมกับเงื้อท่อนไม้ขึ้นทำท่าจะตีพวกหมาป่า เห็นท่าหลวงปู่มั่นมาช่วยจริงๆ ก็เลยลืมตาขึ้นก็ไม่เห็นว่ามีอะไรมีแต่ความว่างเปล่าและความเงียบสงัด หลวงปู่บอกว่านี่เป็นครั้งแรกและคืนแรกที่ออท่องเที่ยวธุดงค์
   พอรุ่งเช้าท่านกับคณะได้เดินทางท่องเที่ยวไปจนถึงวัดโปร่งคลอง ซึ่งเป็นสำนักปฏิบัติธรรมของพระอาจารย์คำดีก็เลยขอเข้าพักเพื่อบำเพ็ญภาวนาด้วยช่วงนั้นเป็นช่วงฤดูแล้งพื้อดินหน้าแล้วจะแห้งเหมาะแก่การพักตามโคนไม้ภาษาพระป่าเรียกว่่า "รุกขมูล"
   พระบางรูปในสำนักปฏิบัติธรรมของหลวงปู่คำดีก็จะออกไปปฏิบัติภาวนาในป่าช้า เพื่อกาความวิเวก หลวงปู่ชาท่านเป็นพระบวชใหม่ยังไม่เคยสัมผัสเรื่องราวแปลกๆ จึงอยากจะลองดูบ้าง เพราะถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ว่ารสชาติชองการอยู่ในป่าช้านั้นเป็นอย่างไร จะมีประโยชน์ต่อการปฏิบัติธรรมจริงหรือไม่
   มีแต่หลุมฝังศพน่ะเฮ้ย....
   ที่ตรงนั้นมีแต่ผีนะเฮ้ย...ไม่กลัวหรือ
  อีกใจหนี่งมีความรู้สึกค้านขึ้นมาไม่อยากจะไปเพราะความกลัวยังฝุงอยู่ในจิต แต่ในที่สุดท่านก็บังคับตัวเองให้ไปจนได้ ที่นี่พอตกตอนบ่ายๆความรู้สึกกลัวก็ถาโถมเข้ามาอีก นั่นคือกลัวไม่อยากจะไปจะทำยังไงก็ไม่ได้ บอกให้ไปมันก็ไม่ไป ควรมคิดหนึ่งผุดขึ้นมาชวนเอาตาปะขาวแก้วไปด้วยเพื่อเป็นเพื่อน
    ไปให้มันตายเสีย ถ้าหากจะถึงที่ตายก็ให้มันตายเสีย มันลำบากนัก โง่นักก็ให้มันตายเสีย พูดอยู่ในใจอย่างนี้ทั้งที่ใจก็ไม่อยากจะไปนั่นแหละแต่ก็บังคับ มันจะรอให้พร้อมหมดทุกอย่างมันไม่พร้อมหรอกถ้าอยางนั้นก็ไม่ได้ทรมานมัน
    ต้องพามันไปโอ๊ย ....พอไปถึงป่าช้าแล้วไม่เคยเลยในชีวิตไม่เคยอยู่ป่าช้า ตาปะขาวแก้วจะมาอยู่ใกล้ๆ เป็นเพื่อนเหมือนกัน แต่กลัวจิตจะไปยึดคิดว่ามีเพื่อนอยู่ใกล้ๆ มันจะไม่กลีวก็เลยไม่เอาให้ตาปะขาวแก้วหนีไปไกลๆเดี๋ยวตัวเองจะไปติดอาศัยเขา
   กลัวนักก็ให้มันตายเสีย คืนนี้มันเป็นยังไง ทั้งกลัว ทั้งทำน่ะ ไม่ใช่ไม่กลัวแต่ก็กล้า อย่างมากก็ถึงตายเท่านั้นแหละ พลบค่ำลงไปสักนิดก็พอดีเลยโชคดี พวกชาวบ้านกามศพโตงเตงๆมาทีนี่หือ!  ทำไมจึงเหมาะกันอย่างนี้ โอย!...เดินไปก็ไม่รู้สึกว่าเท้ามันแตะพื้นดินเลยที่นี่ทำไงดี หนี!...
    เขานิมนต์ให้ไปมาติกา ไม่ไปมาติกาให้ใครทั้งนั้นแหละ หนี!....ไปได้สักพักหนึ่งก็กลับมา เขาก็ยิ่งเอาศพมาฝังไว้ใกล้ๆ ที่ปักกลด ไม้ไผ่ที่เขากามศพมาเขาก็เอามาสับๆ เป็นฟากทำเป็นแคร่ให้นั่ง หือ!... จะทำอย่างไรล่ะที่นี้
   หมู่บ้านกับป่าช้าก็อยู่ห่างกันประมาณ 2-3 กิโลเมตร โน่นแหละ คราวนี้มีแต่ตายกับตายเท่านั้นแหละ ที่นี้จะทำยังไง ก็ยอมตายเท่านั้นแหละตาปะขาวแก้วจะมาอยู่ไกล้ๆ ก็ไล่ให้ไป ให้มันตายเสียทำมัมมันกลัวเอานักเอาหนา
   ที่นี่จะได้สนุกันแหละ ไม่กล้าทำไม่กล้าเผชิญก็ไม่รู้หรอกว่ามันเป็นอย่างไร โอ๊ย!... ช่างมีรสชาติจริงๆ เดินก็แทบจะไม่รู้สึกว่าเท้าแตะดิน มื่ดๆ ลงจะไปที่ไหนล่ะที่นี้อยู่กลางป่าช้าโน่น เอ้า!...ให้มึงตายมึงเกิดมาตายมิใช่หรือต่อสู้กันอยู่อย่างนั้นแหละ
    พอตะวันลับขอบฟ้าไป ความรู้สึกก็บอกให้เข้าไปอยู่ในกลด เดินก็ก้าวขาไปไม่ออกความรู้สึกเร่งเร้าให้เข้าไปอยู่ในกลด เดินจงกลมอยู่หน้ากลดไว้ค่อยยังชั่วแต่พอหันหลังกลับเดินไปไม่รู้เป็นยังไง เหมือนกับมีอะไรมาดึงทางด้านหลังเย็ยวูบๆ วาบ(เหมือนผีเป่าตรงท้ายทอย) อย่างนี้แหละฝึกหัด
   กลัวมากเกินไม่ได้ก้าวขาไม่ออกก็หยุด กายแล้วก็เดินต่อไป เมื่อมือลงพอสมควรก็เขช้าไปอยู่ในกลดรู้สึกโล่งไปเป็นกองสบายใจเหมือนกับอยู่ในกำแพง 7 ชั้น เห็นบาตรตัวเองใบเดียวก็เหมือนกับเพื่อน บาตรก็เป็นเพื่อนได้
   คนไม่มีเพื่อนก็นึกเอาบาตรเป็นเพื่อนมองเห็นบาตรตัวเองก็รู้สึกดีใจ จิตมันไม่มีที่พึ่งเลยไปพึ่งบาตรนี่แหล่ะเราจะได้รู้จิตของเรา นั่งอยู่ในกลด เผ้าสังเกตดูผีหลอกอย่ตลอดคืนจนสว่างไม่ได้หลับได้นอนแม่แต่สักนิดเลย ความง่วงมันก็กลัวผีหลอกเหมือนกันนั่งอยู่ตลอดทั้งคืนอย่างนั้นแหละ ใครล่ะจะกล้าทำ เรื่ององการปฏบัตินี้ ถ้าจะเอาตามใจของตัวเองแล้วใครล่ะจะทำ  มันกลัวถึงขนาดนี้น่ะทุ่กสิ่งทุกอย่างถ้าเราไม่ทำมันไม่เกิดประโยชน์เพราะไม่ไ้ปฏิบัตินี่แหละเราได้ปฏิบัติ
    พอรุ่งเช้าโอ๊ย! ...รู้สึกดีใจมาก ไม่ตายแล้วเราที่นี้รู้สึกสบายใจจริงๆ อยากให้มีแต่กลางวันทั้งหมด ไม่อยากให้มีกลางคืน ความรู้สึกภายในใจอยากฆ่ากลางคืนทิ้ง อยากให้มีแต่กลางวันสบายใจ อือ  ไม่ตายแล้วเราครั้งนี้

  ตอนกลางวันไ้พักบ้างนิดหน่อย ใจดีไปได้ประมาณ 50 % คิดว่าไม่มีอะไรมีแต่ความกลัวเฉยๆ คืนที่สองก็คิดว่าจะภาวนาให้สบาย เพรามันผ่านมาแล้วคืนนี้ก็ไม่เห็นมีอะไร
   ได้ทดลองไปบิณฑบาตรคนเดียว สุนัขวิ่งตามหลังมามันจะกัด เอ้า  ไม่่ไล่มันแหละให้มันกัดเสีย มีแร่เรื่องจะตายทั้งนั้นแหละ มันงับแล้วงับอีก โดนมั่งไม่โดนมั้งรู้สึกแปลบๆ ปลาบๆ บางที่ก็นึกว่าปลีแข้งขาดไปอย่างนั้นแหละ
  แม่ออ (โยมผู้หญิง) ชาวผู้ไทก็ไม่ช่วยจับสุนัข เพราะคิดว่ามีผีมากับพระมันจึงเห่าและไล่กันผีก็เลยปล่อยๆ ไม่ไล่มันแหละให้มันกัดเสีย เมื่อคืนนี้ก็กลัวเกือบแทบจะตายอยู่แล้วพอตอนเช้าสุนัขมาไล่กัดอีก ก็ให้มันกัดเสีย ถ้าแต่ก่อนเราเคยได้กัดมัน แต่มันงับผิดงับถูกไปอย่างนั่นเอง นี้แหละเราฝึกหัดตัวของเรา
      บิณฑบาตได้มาฉันพอฉันจังหันเสร็จก็ดีใจ แดดออกมา้างรู้สึกอบอุ่นได้พักผ่าอนพอควรแล้วก็ฌเดินจงกรม ตอนเย็นก็คงจะภาวนาดีแหละที่นี้ได้ทดลองมาแล้วคืนหนึ่ง คงจะไม่เป็นอะไร
   ที่นี่พอตกตอนบ่าย  เอาอีกแล้ว หามมาอีกแล้ว ตอนนี้เป็นผู้ใหญ่เสียด้วสิ ที่นี้ยิ่งหนักเข้าไปอีกเอามาเผาอยู่ใกล้ๆ ข้างหน้าที่ปักกลดเสียด้วยซ้ำ โอย   ยิ่งร้ายกว่าเมื่อคืนวานนี้เสียอีก ดูเหมือนเขาจะมาเผาเขาช่วยกัน
   แต่เขาให้ไปพิจารณาศพไม่ไป พอเขากลับหมดแล้วจึงไป โอ๊ด!.... เขากลับไปหมดแล้ว เผาผีให้เราดูอยู่คนเดียวไม่รู้จะทำยังไงล่ะ โอ๊ด  ไม่รู้จะเอาอะไรมาเปรียบมาเที่ยบให้ฟังได้ เรื่องความกลัวนี่ยิ่ิงกลางคืนด้วยสิ
   ไฟที่กองฟอนเอาศพเขียวๆ แดงๆ พึ่บพั่บ ลุกบ้างไม่ลุกบ้างจะเดินจงกรมไปข้างหน้าด้ายกองฟอนก็ไปไม่ได้ พอมือสนิทก็เข้าในกลดเหมือนเดิม อยู่ในป่าช้ารกๆ เหม็นกลิ่นควันไปเผาศพทั้งคืนเลยยิ่งร้ายกว่าเมื่อวานนี้อีก ไฟลุกพรึ่บๆ พรึ่บๆ
    นั่งหันหลังให้กองไฟจะบังเอิญอะไรไมรู้ตอนนั้นดึกประมาณ 4 ทุ่มมีเสียงดังอยู้่ข้างหลังในกองไฟดังทึ่งทั่งๆ สงสัยศพกลิ้งตกลงมานอกกองฟอน สุนัขจิ้งจอกมันมาแย่งกันกัดกินซากศพหรือยังไงหนอ แต่ก็ไม่ใช่ นั่งฟังอยู่ ฟังไปอีกคล้ายเสียงครือคราดๆ อยู่อย่งนี้ เอ้า  ช่างหัวมันเถอะ อีกสักครู่ก็เดินเข้ามาหาเหมือนเสียงของคนเดินเข้ามาทางด้านหลัง
   อีหยังน้อ  อะไรหนอ
   เดินหนักๆ เหมือนควายก็ไม่ใช่ควาย ตอนนั้นประมาณเดือนสามใบไม้กำลังร่างบริเวณนั้น ใบกุง(ใบตองตึง) ร่วงกองกันอยู่เกลื่อนกล่นฟังดูได้ยินเสียงเหยียบใบกุงใบใหญ่เสียงหนักๆดังโคบๆ บริเวณข้างที่ปักกลดมีจอมปลวกอยู่ลูกหนึ่ง ได้ยินเสียงเดินอ้อมจอมปลวกเข้ามาหาก็เลยนึกว่า
   มันจะเข้ามาทำอะไรก็สุดแล้วแต่ เพราะเรายอมตายแล้วน่ จะคิดหนีไหไหน แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ไมเข้ามา ออกไปข้างหน้าโน้น มันเดินไปทางตาปะขาวแก้วก็คิดว่ามันคงไปกาตาปะขาวแก้วแน่นอนมันเดินหายไปจนเงียบไม่ได้ยินเสียงเดินเพราะเดินไกลออกไปจึงไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไร เพราะตอนนั้นมีแต่ความกลัวจึงทำให้คิดไปหลายอย่าง
   นานประมาณครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ ได้ยินเสียงเดินกลับมาอีกแล้ว เดินกลับมาจากตาปะขาวแก้ว เหมือนเสียงคนจริงๆ เดินตรงเข้ามา ตรงดิงเข้ามาเหมือนจะเข้ามาเหยียบพระอย่างนั้นแหละ จึงนั่งหลับตาอยู่อย่างนี้แหละ

  จะไม่ยอมลืมตาดูมันละจะตายก็ให้มันายอยู่อย่างนี้แหละ พอเดินมาถึงก็หยุดกึ๊ก นิ่งเงียบอยู่ข้างหน้ากลด รู้สึกเหมือนกับว่ามันเอามือที่ถูกๆฟไหม้มาความไปมาอยู่ตรงหน้าอย่างนั้นแหละ โอ๊ย   ตายคราวนี้แหละ
   ตัวแข็งทื่อไปหมดลืม พุทธโธ ะัมโม สังโฆ หมดมุกสิ่งทุกอย่างมีแต่ความกลัวอยางเดียวเต็มตื้นอยู่ในความรู้สึกอัดแน่นตรึงอยู่เหมือนกลองคอดไปไหนก็ไม่ไป มีแต่ความกลัว คิดไปคิดไปถึงครั้งวันเกิดมาไม่เคยมีเลยที่จะกลัวเอามากมายถึงขนาดนี้
   ไม่รู้จักพุทโธ ธัมโม สังโฉอะไรเลยแน่นตรึงอยู่เหมือนกลองเพล เอ้า  มึงอยู่อยางนี้ กูก็จะอยู่อย่างนี้ ่ความคิดมันไม่ออกไม่เข้า ไม่รู้ว่าที่นั่งนี่นั่งอยู่บนอาสนะหรือลอยอยู่บนอาสนะก็ไม่รู้เหมือนกัน มีแต่กำหนดผู้รู้ไว้อย่างเีดียวเท่านั้น
   มันกลัวมากๆ ก็คงเหมือนตักน้ำใน่ตุ่มตักใส่มากๆ มันก็เลยล้นปากตุ่มออกมาคงจะเป็นอยางนั้นมันกลัวมาก กลัวมากๆ เลยถามตัวเองว่าที่มึงกลัวๆ นี่มึงกลัวอะไรทำไมถึงกลัวเอาหนักหนา ไม่ได้พูดออกใจมันพูดของมันเอง

   

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิธีแก้กรรมดวงวิญญาณ

วิธีแก้กรรมดวงวิญญาณ
     ให้จุดธูปขอขมากรรมกลางแจ้งก่อนใส่บาตร์,,ดวงวิญญาณ
     การทำบุึญอุทิศให้วิญญาณ ควรมีของด้งนี้ สังฆทาน 1 ถัง อาหารคาวหวาน 1ชุด น้ำ ผลไม้ พระพุทธรูปหน้าตังกว้าง 5 นิ้ว ผ้าจีวร 1 ชุด (พระพุทธรูปจะทำให้มีรัศมีกายสว่างมาก เพราะเทวดาหรือพรหมเขาถือความสว่างของร่างกาย ถ้ามีผ้าจีวรด้วยยิ่งดี และถ้ามีอาหารด้วยความเป็นทิพย์ของร่างกายจะมีมากกว่าเก่า)
      หลังทำบุญต้องกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้กับวิญญาณที่สิงอยู่ แล้วพูดต่อว่า  "บุญใดที่ฉันบำเพ็ญมาแล้วตั้งแต่ต้นในอดีตถึงปัจจุบันชาติ ผลของบุญนี้จะมีประโยชน์ความสุขแก่ฉันเพียงใด ขอเธอจงอนุโมทนา ผลบุญนั้นและรับผลบุญเช่นเดียวกับฉันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป และขอให้วิญญาณตัดขาดจากกันบัดนี้เป็นต้นไปเทอญ

หมายเหตุ : การจุดธูปขอขมากรรมกลางแจ้งใช้กับผู้ตาย ถ้ายังมีชีวิตต้องจุดธูปขอขมากรรมหน้าพระพุทธรูป และถวายของทั้งหมดก่อนใส่บาตร

 วิธีแก้กรรมตามเคราะห์กรรมที่ได้รับ

* กรรมปวดศรีษะ  เกิดจากได้เคยทำบาปไว้แต่ภพปางก่อน เช่นทำร้านสัตว์อื่นด้วยการตีหัว หรือทุบหัวปลาไว้ เพราะสัตว์ก็มีอายุขัยวิญญาณตามมาพบ โกรธที่เคยเป็นหนี้ชาติไหนไม่รู้ 10 ตำลึง จะตีบริเวณศีรษะไม่ข้างใดก็ข้างหนึ่ง เรียกว่า ไมเกรน

    วิธีแก้กรรม ทำบุญใส่บาตรด้วยอาหาร 1 ชุด พระสะดุ้งมาร 3 นิ้ว หรือ 5 นิ้ว ดอกไม้ธูปเทียน ส่งวิญญาณให้ไปเกิดบนศาลา ถ้าแก้ที่ทำกับปลาช่อน หลังจากใส่บาตรกรวดน้ำแล้วให้ปล่อยปลาช่อน 1 ตัว ด้วย (ทำให้เสร็จในวันเดียวกัน) หาหมอเป็นการแ้ก้ที่ปลายเหตุ เห็นผลช้า ถ้านั่งสมาธิกรรมฐาน สติปัฏฐาน 4  จะแก้ได้เร็วและหายขาด ที่ยังไม่หายขาดเป็นเพราะเจ้ากรรมนายเวรชุดใหม่เข้ามาแทนที่

   ก่อนใส่บาตร ให้จุดธูป 3 ดอก ขอขมากรรมกลางแจ้ง แล้วกลาวคำขอขมาตามที่เขียนไว้ในวิธีแก้กรรมด้วยการใส่บาตร

* กรรมปวดหลัง  เกิดจากกรรมที่เคยตีหลังหมา  หรือตีตะขาบกลางหลัง เป็นต้น

       วิธีแก้กรรม  ก่อนใส่บาตร ให้จุดธูป 3 ดอก ขอขมากรรมกลางแจ้ง "ตั้งนะโน 3 จบ" ขอขมากรรมว่า "จะใส่บาตร 1 ชุด พร้อม พระเงินพระทองอย่างละ 1 องค์ ดอกไม้ธูปเทียน ขอให้ไปเกิดบนศาลาขออโหสิกรรให้ขายจากกันเดี๋ยวนี้ ขอให้หายเจ็บป่วย" และต้องกรวดน้ำทุกครั้งหลังใส่บารตทันที เพราะวิญาณคอยรับอยู่ดังนี้ "ตั้งนะโม 3 จบ แล้วกล่าวว่า "ข้าพเจ้าได้ทำบุญใส่บาตรด้วยพระเงินพระทอง ขออุทิศให้ เจต้ากรรมนายเวรคือ (หมา,ตะขาบ หรือ......) อย่างใดอย่างหนึ่ง แก้เฉพาะอย่าง ห้ามให้รวม เขาจะไม่ได้รับ ทำให้ยังคงเจ็บป่วยต่อไป ให้แก้ทีละอย่างที่ละครั้ง  ถ้าจำได้ว่าเคยทำอะไรไว้ แต่ถ้ายังไม่มีอาการเจ็บป่วยให้แก้ไว้ล่องหน้าก็จะดี เพราะเจ้ากรรม (วิญญาณ) จะได้ขึ้นไปบนศาลาถ้าไม่แก้กรรมนี้ อนาคตในชาตินี้อาจตามมาให้ผลร้ายกับเราอีก 10 ปี หรือ 20 ปี ข้างหน้า หรืออาจจะเป็นในภพหน้าก็เป็นได้

*กรรมต้องเสียเงินตลอด   เกิดจากกรรมที่เคยเอาเงินเขามาตั้งแต่อดีตชาติแล้วไม่คืน ป่อยกู้คิดดอกเบี้ยแพง โกงคนในชาติปัจจุบันทำแท้ง ยุยงให้คนเสียเงินโดยรู้ว่าผิดก็ยังทำ

  วิธีแก้กรรม ทำได้หลายวิธี ดังนี้
1.  พยายามทำบุญอุทิศส่วนกุศลทุกวันเกิดให้แก่ผู้ที่เจยล่วงเกินกันมาตั้งแต่อดีตชาติ ปุจจุบันชาติให้ได้รับกุศล และอโหสิกรรซึ่งกันและกัน
 2. หากคนที่เราลวงเกินยังมีชีวิตอยู่ ให้หาเงินไปคืนและขออโหสิกรรม เพื่อชีวิตเคาจะได้ดีขึ้น
 3.  ตักบาตรวันโกน อุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรและวิญญาณเด็กที่ตามมาให้ได้รับกุศล และขอให้เปิดทางให้ชีวิตเราดีขึ้น
4. ทำกุศลกัลผู้มีพระคุณ และให้่วยเหลือคน เพื่อยามที่เราตกทุกข์ได้ยากจะได้มีคนมาเหลียวแลและดูแลเราบ้าง
5. สวดมนต์ทุกวันเกิด และแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรให้ได้รับกุศล และอโหสิกรรมซึ่งกันและกัน

*ครอบครัวมีแต่ปัญหา  เกิดจากกรรมสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ดังนี้
1. เคยทำแท้ง
2.ไม่ทำบุญให้บรรพบุรุษ
3.ไม่เข้าใจครอบครัว สามี/ภรรยา ลูก
4. เคยประพฤติผิดในกามทั้งชาติก่อนและชาตินี้
5.ทำผิดต่อเจ้าที่เจ้าทาง

วิธีแก้กรรม  
1.เลี้ยงพระทำบุญบ้าน วันเกิด สวดชะยันโตประพรมน้ำมนต์และขอพรให้ครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข แล้วถวายสังฆทานอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายให้อโหสิกรรม และขอให้ช่วยครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุข 2. ไปถวายผ้าบังสุกุล อุทิศให้แก่บรรพบุรุษ ขอให้อย่อย่างร่มเย็นเป็นสุข หรือทำบุญแล้วอุทิศให้บรรพบุรุษ
3.เคยบอกรักสมมี / ภรรยาและลูกบ้างหรือไม่ ควรกระทำด้วย เพราะจะทำให้เข้าใจกันมากขึ้นว่าเรารักเขา
4. สวดมนต์ทุกวันเกิดตนเอง ขอพรเทพประจำตัวให้คุ้มครองครอบครัวให้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข
5.กราบไหว้าเจ้าที่เจ้าทาง พระภูมิเจ้าที่ ด้วยอาหารคาวอาหารหวานชุดใหญ่ และขอพรให้ท่านอำนวยโชคลาภ ความร่มเย็นเป็นสุขแก่ครอบครัว

*กรรมคู่ไม่ดี เกิดจากกรรม
1. เคยเป็นชู้กับผู้อื่นไว้ในชาติอดีตและชาติปัจจุบัน
2.ทำร้ายจิตใจคู่ตนเอง
3. ทำร้ายร่างกายให้เขาเจ็บปวดโดยทำเพราหึงหวง
4. ผิดศิลกาเม
5.ยุยงผู้อื่นให้เลิกกัน

วิธีแก้กรรม
1. ตั้งสัจจะว่าจะไม่แย่งสามี/ภรรยาคนอื่นมาเป็นของตน
2.หมั่นถวายเทียนคู่ในวันเกิดตนเองปีละครั้ง อธิษฐานขอพรให้เสริมดวงด้านชีวิตคู่ ให้พบแสงสว่างในชีวิตคู่ที่ดี (พาคู่รักไปด้วย)
3. ถวายสังฆทานในวันเกิดเพื่อขอพรให้สมหวังด้านชีวิตคู่ และอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้ากรรมนายเวร และคู่ชีวิตที่เคยล่วงเกินไว้ทั้งอดีตชาติและปุจจุบันชาติและขออโหสิกรรมให้ซึ่งกันและกัน
4. บริจาคทรัพย์ให้กับคู่แต่งในงานแต่งงาน เพื่อส่งเสริมให้เขาสมหวังในความรัก ผลบุญนี้จะช่วยให้ชีวิตคู่ของเราดีขึ้น
5.ไกล่เกลี่ยคู่สามี-ภรรยาที่ทะเลาะกัน แยกทางกันให้มารู้สึกดีต่อกัน เราจะได้รับบุญทางด้านชีวิตคู่







How karmic soul
      The point, ask for an outdoor event before the meteor's.
      To provide a spirit of dedication. Should have the follows dinner Monk 1 tank, 1 set juice Buddha helter 5 inches wide clothes 1 set (Buddha's halo will have very bright. I know he's an angel or the brightness of the body. If the clothes the better. And if the food is divine, the body will have more than one).
       The people have to pour water on their goodness to the spirits that haunted. Then said, "I do my practice since the beginning of history to the present. The merit of this is helpful, happy moments with me. I say let her Reward, and the reward like me from now on. And let the spirit disengage now on too.

NOTE: The incense apology outdoor event with the deceased. If you have to ask for the incense industry face Buddha. And offer all of the bowl.

วันพฤหัสบดีที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิธีแก้กรรมด้วยการใส่บาตรให้เกิดผล


วิธีแก้กรรมด้วยการใส่บาตรให้เกิดผล
    ก่อนใส่บาตรต้องจุดธูปขอขมากรรมก่อน  โดยปฏิบัติดังนี้
    การลดกรรมด้วยวิธีการใส่บาตรให้ได้ผล รวมทั้งสร้างกุศลผลบุญครั้งใดๆก็ตาม มิใช่ใส่บาตรพระแล้ว โรคร้ายแรงต่างๆ ไม่หาย ไม่บรรเทา อาการป่วยจะหายได้อย่างไร เพราะทำไม่ถูกต้อง ใส่บาตรพระร้อยรูปก็หาประโยชน์ในการลดกรรมเท่าใส่บาตรเพียงรูปเดียวไม่ เพราะไม่ถึงเจ้ากรรมนายเวรที่เป็นเจ้าหนี้กรรมอยู่จริงๆ เหมือนกับเป็ฯหนี้เจ้ากรรมนายเวรชุด ก. แต่ไปใช้หนี้ ชุดข. เจ้าหนี้ชุด ก ก็ย่อมไม่พอใจไม่อโหสิกรรให้แน่นอน กรรมเก่าที่ไม่ดีก็ย่อมไม่ลด

   วิธีแก้กรรม/ลดกรรมด้วยการใส่ีบาตรให้ถูกวิธีนั้น ท่านพระธรรมสิงหบุราจารย์  (หลวงพ่อจรัญ) แนะนำว่า ก่อนใส่บาตร

     ให้จุดธูป 3ดอกกลางแจ้งขอขมากรรมโดย "ตั้งนะโม 3 จบ" แล้วกล่าวว่า "ข้าพเจ้าขอขมากรรมต่อเจ้ากรรมนายเวร ศัตรู หมู่มาร หมู่พาลทุกภพทุกชาติ ขออโหสิกรรมให้ขาดจากกัน"

    และหลังใส่บาตรเสร็จทุกครั้งให้ "ตั้งนะโม3จบ" แล้วกล่าวว่า
      "กุศลที่ลูกได้ทำแล้วขอถวายแต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 5 พระองค์ของให้ทุกพระองค์นำส่งบุญให้ข้าพเจ้ามีเดช ปัญญา โภคะ ขอให้สมหวังสมปรารถนาทุกเรื่อง ขอให้มีบุญบารมีเต็มขั้น เกิดสภาวะธรรมตามบุญวาสนาที่ได้ทำมาจากทุกภพทุกชาติโดยเร็วเทอญ และขออุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรทุกภพทุกชาติ(วิญญาณ) ศัตรูหมู่มาร หมู่พาล (เช่น มนุษย์,หุ้นส่วน,เพื่อน,ในครอบครัว) ทุกภพทุกชาติ (เอ่ยชื่อได้ยิ่งดี) ขอให้อโหสิกรรม ขอให้ขาดจากกัน ณ เดี๋ยวนี้เทอญ ขอให้อุปถัมภ์ค้ำจุนข้าพเจ้า"

    ถ้าทำบุญด้วยข้าวสารเป็ฯกระสอบ หรือถมทราย ดิน ก็ตั้งจิตอธิษฐานว่า "ผลบุญนี้ขอให้ข้าพเจ้าร่ำรวยเหมือนเมล็ดข้าวสาร เม็ดทรายดิน เจ้ากรรมนายเวรตามเมล็ดข้าวสาร ตามเม็ดทรายดิน ขอให้ได้รับ และขอให้อโหสิกรรมหลุดขาดยากกัน ณบัดนี้เดี๋ยวนี้เทอญ ขอให้ข้าพเจ้ามีแต่ความเจริญรุ่งเรืองพบแต่ผู้อุปถัมภ์ค้ำชู"

   กรณีที่ดวงตกมาก ขอให้แผ่บุญให้ตนเองให้มากๆ บางท่านก็แผ่ให้ผู้อื่นจนลืมให้ตัวเอง ตัวเราเองต้องมีบุญบารมีแก่กล้าจริงๆ จึงจะช่วยและให้ผู้อื่นได้ ควรสวด อิติปิโส เลยอายุ 1 จบ มีเวลาขอให้ไปปฏิบัติธรรมฝึกวิปัสสนาด้วย จะเกิดผลเร็ว โทสะจะน้อยลง ควรแผ่เมตตาให้มากๆ วันล่ะ 10-30 ครั้ง การแผ่เมตตาที่ได้ผลนั้น ท่านพระธรรมสิงหบุราจารย์แนะนำว่า ถ้าจะกรวดน้ำต้องกรวดน้ำต้องกรวดน้ำลงดินทุกครั้ง วันละ 100 ครั้งเจ้ากรรมนายเวรจะหาย100 เท่า 100 วิญญาณ หรือใช้สมาธิกำหนดอธิฐานจิตด้วยความตั้งใจ ประกอบด้วยความมีสติและสัมปชัญญะแผ่เมตตาออกจากลิ้นปี่ แล้วอุทิศส่วนกุศลจากจักระ6 หรือบริเวณตาที่สาม ที่กลางหน้าผากต่ำลงเล็กน้อยจะได้ผลมากขึ้น
(คำว่าอุทิศบุญใช้กับผู้ตาย นำส่งบุญใช้กับผู้ยังมีชีวิตอยู่ ถวายบุญกุศลใช้กับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า)


How outlawed by the fruit bowl.
     Before the incense bowl to ask for the object first. The following
     Reducing action by the monks to work. Including the creation of charitable deeds any time. But the monks and the Severe diseases does not relieve the patient will be cured. I do not It exploits the bowl of a reduction in the action as only a single bowl. Because the odds are really creditor action. Same set of odds is good debt., But to make up for the series. Creditor would not satisfy a set of activities to absolute pardon. Bad karma would not be reduced.

    Ways to Wisdom / decrease Enter an action by a priest to be that way. You exodus Singh Flora Chan. (Charan father) recommend that, before the monks.

      For the 3 Joss Sticks Outdoor ask for action by "the end it offers 3" and then said, "I ask for action against him enemies among the deeds of all worlds, all of bully. Please forgive the lack of it. "

     After the monks finished every time. "Set it offers three finish," I said.
       "I have done charity dedicated to the Buddha and asked him to give all his 5 that I have submitted my intellectual power Busayapoka Best wishes fulfilled everything. Have a full halo. The state fair fortune was made ​​from all of the world too soon. Dedicated to all worlds and all the deeds of (spiritual) enemies among bully him (such as humans, partners, friends, family), all worlds, all of (her name is even better) ask forgiveness. The lack of the now too. Let me help sustain "

     If philanthropy is good news, or fill sand bags that were boring. "Deeds, ask me rich like a grain of sand by grain deeds on earth. The sand and clay, asked to be let off the hard reconciled to. Nothing too now Let me have found prosperity but the patron. "

    Most cases fall I would like to spread themselves a lot. Some also spread to others and forget yourself. Ourselves have charisma to really excel. It will help me and others to pray Ping overthrew should not end at the age of 1, I suggest you practice meditation with Vipassana will be less quick to anger should be more compassionate to 10-30 times a day to be compassionate to. the result is You Ecclesiastes Exodus Singh Bura recommend it. If you pour a libation to pour water into the ground every day, 100 times 100 times 100 souls lost deeds to determine prayer or meditation with spiritual intent. Sense and Sensibility contains an epigastric compassionate leave. I dedicate the merit of chakra 6. Or the third eye A low forehead is slightly more effective.
(I use the word dedication to the deceased. I used to summon alive. Charity dedicated to Lord Buddha).



วันอังคารที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2557

วิธีแก้กรรมให้ตนเองได้ผลดีเร็วขึ้น


วิธีแก้กรรมให้ตนเองได้ผลดีเร็วขึ้น
   วิบากกรรมของแต่ละคนล้วนแตกต่างกันไป บางคนป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนตกงานบ่อย บางคนลำบากมาก หากินไม่คล่อง บางคนลูกเกเร วิบากกรรมนี้ตามมาหลายภพหลายชาติ ซึ่งมีส่วนทำให้เราเกิดมาแตกต่างกัน แต่อย่าเพิ่งสิ้นหวัง หนทางในการบรรเทาวิบากกรรมนั้นมีซึ่งอาจทำได้หลายวิธี ดังนี้

   เวลาที่เราทำบุญหรือทำความดีทุกครั้ง นอกจากบุญที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เช่นการใส่บาตร การถือศิล แล้ว การพูดคุยที่ช่วยให้ผู้อื่นสบายใจ การสนทนาธรรม การให้ธรรมทาน การร่วมบริจาคหนังสือธรรมะชี้แนะแนวทางแก้ไขปัญหาชีวิตให้กับผู้สิ้นหวัง การทำความสะอาดห้องพระการถวายน้ำเปล่าเพียง 1 แก้วให้กับหิ้งบูชาพระ การร่วมอนุโมทนาการทำความดีของผู้อื่นโดยการใช้จิตน้อมไปทางบุญกุศล การกวาดใบไม้ทำสวน ทำความสะอาดห้องน้ำ หรือของส่วนรวม การดูแลคนแก่ เด็กการที่เรามีจิตใจดีหรือตั้งใจดี ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนเป็นกุศลและเป็นบุญทั้งสิ้นให้ ต้งนะโม 3 จบ

     ข้าพเจ้า (บอกชื่อตัว) นามสกุล เกิดวันที่่ วันนี้ข้าพเจ้าขอตั้งจิตถึงบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วสากลโลก รวมถึงองค์เทพ องค์พรหมที่ปกปักรักษากายสังขารวิญญาณลูกอยู่ วันนี้ลูกตั้งจิดถวาย (บุญที่ทำเช่น ใส่บาตรถือศีล สวดมนต์ให้ทาน) ลูกขอถวายบุญกุศลนี้แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ รวมถึงองค์เทพ องค์พรหมทั้งหลาย ให้มีพระบารมีมากขึ้นของให้ทุกๆ พระองค์นำส่งบุญให้ลูกเจริญขึ้น ทั้งการงาน การเงิน และ ความรัก ให้ลูกมีเดช ปัญญา โภคะ (ความสมบรูณ์) ทุกภพทุกชาติ และขออุทิศกุศลนี้ให้กับเจ้ากรรมนายเวรทุกภพทุกชาติ รวมถึงวิญญาณที่ตามมาทุกผู้คน ศัตรู หมู่มาร หรือหมู่มาร หรือหมู่พาล คือ มนุษย์ เช่น บริวาร ญาติ มิตร คนรับใช้ สามี บุตรธิดา ทุกภพทุกชาติ ขอให้ได้มหากุศลนี้ รับแล้วของให้อโหสิกรรมซึ่งกันและกันให้ขาดจากกัน ณ เดี๋ยวนี้ บัดนี้ ขอให้ข้าพเจ้ามีบุญบารมีสูงขึ้นๆ เต็มขึ้น เพื่อช่วยสังคมให้สูงขึ้น และสร้างคนให้เป็นพระให้เกิดปัญญาทางธรรมต่อไป และให้สมบรูณ์พูนผบทุกอย่างด้วยบุญที่ทำนี้เทอญ สาธุ
วิธีแก้กรรมให้ตนเองได้ผลดีเร็วขึ้น,วิธีแก้กรรมให้ตนเองได้ผลดีเร็วขึ้นลวิธีแก้กรรมให้ตนเองได้ผลดีเร็วขึ้น

How good karma for themselves faster.
    Saga of each are different. Some patients, for unknown reasons. Some frequently unemployed Some difficulties Some kids misbehave labored tricky repairs, according to many of the worlds nations. This has caused us to be different. But do not despair There are ways to mitigate the misfortune which may be done in several ways.

    What a good time for us all. The merits of Buddhism. Like the monks of the Arts and then talking to the wrong forum to help others feel the Dharma. Donated books morals guidance to resolve life despair. Clean the room the only one glass of water offered to the shrine. Thank's for the good of others by using a bow to the spiritual merit. The garden rake leaves Bathroom Cleaner Or the majority of the children we care for people with mental or intentions. These and more are all the charity and the merits of the constituency it offers 3 finished.

      Me (to name two) extension was born on this day I Probably the sacred halo around the worlds. The statute includes Lord Brahma, the preserver of the soul's fairest child. Today is Jim with his children. (I was doing Yom Kippur bowl Prayers to you) give me charity dedicated to Lord Buddha is all him. The statute includes The all Prom Anthem for a lot more of each. He delivered both my children grow up, finance, and love for their children with intellectual power Busayapoka (a staph infection), all worlds, all national charity dedicated to all the deeds of all worlds. The spirit of the people from all enemies or the devil, or Satan among men as among bully's family, relatives, friends, servants, husbands, sons and daughters of all worlds, all of this would have merit. Been reconciled with each of the parties as to the lack of a halo now, now, let me rise up to help society is full up. And the people shall be the wrong way to make one wise. Ered and piled everything on merit Dir Blessed are doing this too.

วันเสาร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2557

บอกรักผ่านคอมพิวเตอร์

บอกรักผ่านคอมพิวเตอร์
   กลอยเป็นพี่สาวของแก้มแก้มเป็นคนสวยมีนิสัยเจ้าชู้ไม่ค่อยรักใครจริง คบผู้ชายทีเดียวกันหลายคน เคยมีรถไฟชนกันบ่อยๆ แก้วมักจะปล่อยให้หนุ่มๆ ทะเลากันบางรายอารมณ์ร้อนก็ชกต่อยกัน แก้มก็เหมือนจะชอบใจที่มีคนมาแย่งเธอ

   กลอยชวนเพื่อนมาทำรายงานที่บ้านลืมบอกไปว่าสองพี่น้องเรียนกันคนละแห่ง บังเอิญว่าวนเสาร์นี้แก้มอยู่บ้าน ตั้มเป็นเพื่อนของกลอยตกหลุมรักแก้มในครั้งแรกที่เห็นเลยทีเดียว แล้วของเบอร์ติดต่อของแก้ม

  กลอยลำบากใจแต่ก็ให้เอร์น้องไปและก็ปรามแก้มเสมอๆแกมขอร้อง "อย่าทำร้ายตั้มน่ะ" ตั้มเรียนหนังสือเก่งขนาดชนะโรงเรียนอืื่น พี่ไม่เคยเห็นเขาชอบผู้หญิงคนไหน แก้มก็เห็นแล้วใช่ไหม เพื่อนของพี่คนนี้เซ่อๆซื่อๆ คบกันแล้วไม่ชอบใจ บอกไปตรงๆ ว่าไม่ได้รัก อย่าให้ตั้มหมดโอกาสมองคนอื่น
     
   แก้มหัวเราะหาว่ากลอยคิดมาก แต่ที่สุดแล้วแก้มก็เล่าถึงตั้มให้กลอยรู้ถึงความไม่ประสีประสาในเรื่องความรัก
     "เซ่อไปจนแก้มว่าเขาไม่น่าจะตามแก้มทัน แก้มไม่ชอบผู้ชายที่ตามแก้มไม่ทัน แก้มชอบผู้ชายแมนๆ เป็นตัวของตัวเอง แ้มจะไปบอกเลิกกับเขา"

   กลอยตามใจ แก้มบอกเลิกกับตั้มในคืนนั้น หลังจากนั้นตั้มไม่้มาโรงเรียน 3 วัน เพื่อนๆโทรตามตั้ม จนกระทั่งคืนนั้นกลอยนอนฟังเพลง แก้มเล่นเน็ต จู่ๆบนหน้าจอคอมพิวเตอร์มีอักษร
"รักเธอนะแก้ม พี่ตั้ม"  แก้มผวามาเขย่ากลอยที่นอนฟังเพลง
"พี่กลอยดูโน่น"   กลอยก็พลอยตกใยไปด้วย ไม่กี่วินาทีอัวอักษรค่อยๆ รางเลือนจนเหลือแต่หน้าจอเดิมที่แก้มเล่นค้าง 
  
    ทั้งสองมองหน้ากัน กลอยหลุดปาก  "ตั้มไม่ได้มาโรงเรียน 3 วันแล้ว"  เธอจึงขอนอนห้องของกลอย เพราะไม่เช่เรื่องเล็กๆ ที่จู่ๆ จะมีอักษรขึ้นมาว่ารักเธอนะแก้ม พี่ตั้ม

    กลอยไปโรงเรียนพบว่าเพื่อนๆ ตาแดงก่ำผู้หญิงหลายคนร้องให้  "มีใครเป็นอะไรเหรอ"  
"ตั้มตายแล้วเขาเชือดข้อมือตัวเอง"

 กลอยช็อก งั้นเมื่อคืนนี้ตั้มไปที่บ้านของเธอจริงๆ บอกรักแก้มผ่านคอมพิวเตอร์  แล้วทุกคนก็ทราบความจริง ตั้มเขียนบันทึกถึงแก้มว่ารักแก้มมากเป็นรักครั้งแรก  และในหน้าสุดท้ายมีรอยเลือด ตั้มบอกว่าทนไม่ได้ที่ถูกบอกเลิก เขาตื้มแก้มแล้ว แต่แก้มก็ไม่รักเขา ตั้มขอให้ชาติหน้าได้พบแก้มและรักกันอย่างสมหวัง โธ่...ตั้ม

<

วันพฤหัสบดีที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2557

เหตุเกิดจากลิฟต์ในโรงพยาบาล


เหตุเกิดจากลิฟต์ในโรงพยาบาล
    อาของผมชื่อติ๋มเธอยังโสด อายุก็เกือบ 40 แล้วแต่ยังสวยเฉียบทันสมัยตอนนี้เธอมีอาชีพเป็นช่างเสริมสวย

   อากับแม่ของผมเป็นเพื่อนสนิทกัน  อาของผมแข็งแรงส่วนแม่เข้าโรงพยาบาลบ่อย แม่เป็นคนป่วยประจำโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งย่านมีบุรี ต้องเรียกว่าเป็นคนไข้ประจำถึงจะเหมาะ ปีหนึ่งๆ เดียวเป็นไข้ เดี๋ยวไมเกรน โรคกระเพาะ ใส้ติ่งอักเสบ แม่ของผมผ่านมาแล้วทั้งนั้น นี่เท่าที่ผมจำได้ แล้วผู้เฝ้าแม่มีทั้งอาติ๋ม พ่อและผมจู่ๆ แม่ของผมเป็นลมเกร็ง ผมเข้าไปเห็นพอดีจึงเรียกพ่อ รวมทั้งอาติ๋มด้วย อาติ๋มรีบปิดร้านขับรถพาแม่ไปส่งที่โรงพยาบาล

  แม่ีเป็นโรคเบาหวานไม่มีใครรู้ว่าแม่จะป่วย เราต้องนอนค้างคืนรอดูอาการ  อาติ๋มเป็นคนเฝ้าคนแรก ตอนเกิดเรื่องสยอง เป็นเวลาหัวค่ำ อาติ๋มเล่าให้ฟัง มีคนขึ้นลิฟต์มาพร้อมกันและทยอยออกทีละคนสองคนจนเหลืออาติ๋มกับพยาบาล พยาบาลคนนั้นยืนอยู่ด้านหลัง อาติ๋มเหลือบมองชุดขาวอดสงสัยไม่ได้ ชุดของพยาบาลเป็นสีขาวตุ่นในช่วงเวลาคิดลิฟต์หยุดดื้อๆ ไฟติดๆ ดับๆ แล้วดับไปจริงๆ อาติ๋มกลัวจะติดอยู่นาน จึงตรงไปกดปุ่ม
   เดี๋ยวก็ใช้ได้ค่ะ เสียงพยาบาลคนนั้นบอก
อาติ๋มสันนิษฐานว่า เธอพูดตรงเดิมที่เห็นก่อนไฟดับ อาติ๋มตอบ ฉันเป็นคนกลัวความมืดค่ะ ลิฟต์ค้างอย่างนี้บ่อยไหมค่ะ
ก็เฉพาะตอนที่มีฉันคะ เสียงที่ตอบติดริมหู
อาติ๋มไม่กล้าหันไป เริ่มผิดปกติได้กลิ่นตุๆ เหมือนกลิ่นเน่าเหม็นของซากศพ
อาติ๋มกลัวทั้งความมืด กลัวพยาบาลคนนั้นเสียงที่พูดออกมายานคางแล้วชุดพยาบาลทั่วไปต้องขาวจัดไม่ใช่ขาวอย่างขุ่นๆ อาติ๋มยุติความคิดคว้ามือถือกดให้มีแสงสว่าง แล้วลิฟต์ก็ติดปุ๊บบั๊บ อาติ๋มดีใจ ยิ้มออกมาแล้วหันไปณ.จุดที่ควรมีพยาบาล ไม่มีเธอคนนั้น

ครืด ครืด ครืด  ลิฟต์เลื่อนเปิดออก มีหมอและพยาบบาลยืนอยู่ข้างนอกเห็นอาติ๋มยืนค้าง หมอกับพยาบาลชุดนั้นช่วยกันพาอาติ๋มออกจาลิฟต์ พยาบาลหนึ่งในนั้นพูดเบาๆ แต่อาติ๋มก็ได้ยิน
สงสัยโดนหลอกอีกคน
มีเสียงจุ๊ๆๆ ราวกับปรามจากหมอ หมอตรวจเช็กทำเหมือนปกติอาติ๋มอดรนทนไม่ไหว
มีพยาบาลตายที่ลิฟต์นั้นไช่ไหม
ท้ั้งหมดมองหน้ากันอย่างไม่ต้องบอก ทุกๆ คนรู้กันทั่วหน้า
รู้กันอย่างนี้แล้วปิดเงียบ ลิฟต์นี้ยังจะเปิดให้ใช้อีก โอ้ยๆโรงพยาบาลอะไรอย่างนี้  ไม่เอาแล้ว ฉันจะไม่ยอมขึ้นลิฟต์ตัวนี้อีกแล้ว

  ซึ่งอาติ๋มก็ไม่ขึ้นลิฟต์จริงๆ และอยู่ดูแลแม่จนใกล้วันออกจากโรงพยาบาล แล้วจึงสอบถามเกี่ยวกับเรื่องลิฟต์ได้ความว่าพยาบาลคนนี้ตายไปหลายปีแล้ว ตายด้วยโรคหัวใจวาย ทุกวันนี้ลิฟต์ตัวนี้ยังใช้งานอยู่น่ะ มีใครเจอพยาลาลคนนี้อีกไหม เอ่ย

วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ลางมรณะ

ลางมรณะ

   พี่น้ำหนึ่เป็นเพื่อนรักของพี่สาวดิฉัน  พี่สาวของดิฉันชื่อพลอย พี่น้ำหนึ่งไม่ค่อยสบายเข้าโรงพยาบ่าลในช่วงปิดเทอมใหญ่ นักเรียนในห้องเรียนเดียวกันกับพี่น้ำหนึ่งก็ปิดเทอมบ้างก็พากลับบ้าน หรือไปเที่ยวต่างจังหวัด จึงไม่ค่อยมีใครในห้องเาียนทราบข่าวว่าพี่น้ำหนึ่งป่วยหนักจนถึงกับเข้าโรงพยาบาล พี่น้ำหนึ่งเขาไม่สบาย เข้าออกโรงพยาบาลอยู่พักหนึ่งแต่อาการป่วยที่เป็นๆ หายๆ ของพี่น้ำหนึ่ง สร้างความแปลกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง


      พลอยก็เคยเห็นกับตามาแล้วค่ะ ตอนนั้นบอกตรงๆ ว่าไม่เชื่อที่พี่เพชรเล่าให้ฟังอาศัยว่าพี่เพชรเป็นเพื่อนรักของพี่น้ำหนึ่ง ไปเฝ้าไข้พี่น้ำหนึ่งอยู่บ่อยๆ พี่เพชรเ่าอาการป่วยของพี่น้ำหนึ่ง พลอยจะไม่ค่อยเชื่อ ก็เลยเกิดรายการท้าพิสูจน์พี่เพชรบอกว่าอีกวันเดียวพี่น้ำหนึ่งก็ได้ออกจากโรงพยาบาล  พี่เพชรหันมาท้ากับพลอยว่า พลอยก็ไปกับพี่ก็ได้น่ะ จะได้เห็นกับตา  น้ำหนึ่งไปไม่ถึงบ้านหรอก  พี่น้ำหนึ่งก็จะเป็นโรคเดิมอาการจะกำเริบขึ้นาอีก อย่างนี้พลอยว่าเป็นโรคประหลาดน่ะค่ะ  พลอยก็ไปแล้วก็จริงอย่งที่พี่เพชรหันมาท้ากับพลอยว่า พลอยก็ไปกับพี่ก็ได้น่ะ จะได้เห็นกับตา น้ำหนึ่งไปไม่ถึงบ้านหรอก  พี่น้ำหนึ่งก็จะเป็นโรคเดิมอาการจะกำเริบขึ้นมาอีก  อย่างนี้พลอยว่าเป็นโรคประหลาดน่ะค่ะ พลอยก็ไปแล้วก็จริงอย่างที่พี่เพชรเล่า ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

    พ่อแม่ของพี่น้ำหนึ่งนั่งรถตอนหน้า พี่เพชรคุยกับพี่น้ำหนึ่งซึ่งนอนอยู่ี่กระบะหลังมีหลังคาครอบและพลอยก็นั่งอยู่ด้วย

   ไม่ทันถึงบ้านดีเสียด้วยซ้ำ พี่น้ำหนึ่งหลับไปแล้วเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตื่นทุกคนคงชินก็เลยไม่ตื่นเต้นพาพี่น้ำหนึ่งกลับโรงพยาบาล

    ช่วงหลังพี่น้ำหนึ่งก็ดีขึ้นได้ยินมาว่า แม่ของพี่น้ำหนึ่งไปหาหมอดู ก็ไม่น่าเชื่อน่ะค่ะ เพราะหมอดูทักว่าพี่น้ำหนึ่งไปรับของไม่ดีมา ให้ไปถามพี่น้ำหนึ่งเอง

   พี่น้ำหนึ่งไม่รู้ว่าเคยไปรับของใคร

   ของนั้นเป็นของไม่ดีและเป็นของที่จะคร่าชีวิตของพี่น้ำหนึ่ง

  แล้วไม่นานนักพี่น้ำหนึ่งฝันว่า มีผู้ชาย ผู้หญิง  เป็นคณะใหญ่มารุมล้อมที่เตียงของโรงพยาบาล  บอกว่าจะมารับพี่น้ำหนึุ่ง

  พี่น้ำหนึ่งตอบว่า

  "อยากไปด้วยค่ะ แต่ขอรอพี่แต๋มมาก่อนน่ะ  แล้วจะไปด้วย มารอรับก็แล้วกัน อย่าลืมน่ะ"

  พี่แต๋มเป็นคนรักของพี่น้ำหนึ่ง  พี่แต๋มมาก่อนน่ะ แล้วจะไปด้วย มารอรับก็แล้วกันอย่าลืมน่ะ"

  พี่แต๋มเป็นคนรักของพี่น้ำหนึ่ง พี่แต๋มกลับไปต่างจังหวัด เพราะว่าเป็นจังหวัดบ้านเกิด เปิดเทอมแล้วโน่นแหละ ถึงจะกลับมาเรียนหนังสือ ที่บ้านของพี่แต๋มเปิดโรงทำน้ำแข็งงานค่อนข้าง่ยุ่ง

  ก่อนหน้าที่พี่น้ำหนึ่งจะเสียชีวิตไปจริงๆ นั้น

  พี่แต๋มคนรักของพี่น้ำหนึ่ง ฝันเป็นลางบอกเหตุว่า เห็นพี่น้ำหนึ่งยืนอยู่ไกลๆ ในฝันนั้นพี่น้ำหนึ่ง ฝันเป็นลางบอกเหตุว่า เห็นพี่น้ำหนึ่งยืนอยู่ไกลๆ  ในฝันนั้นพี่น้ำหนึ่งเรียกชื่อพี่แต๋ม และร้องให้สะอึกสะอื้นอย่างคนจะขาดใจ พี่น้ำหนึ่งร้องไห้อยู่พักใหญ่หันหลุงกลับเดินหายไปในความมืด พี่แต๋มตื่นเช้ารีบเดินทางมากรุงเทพ

  พลอยลืมเล่าไปค่ะ ขอเล่าย้อนว่าพี่เพชร พี่สาวของพลอยกลับมาจากโรงพยาบาลก็เล่าให้พวกเราทุกคนฟังว่า

   คืนก่อนที่พี่น้ำหนึ่งจะเสียชีวิตแม่ของพี่น้ำหนึ่งมีธุระ ฝากให้พี่เพขรอยู่เฝ้าพี่น้ำหนึ่ง สองทุ่มก็จะรีบกลับมา พี่เพชรรอจนสามทุ่มพ่อแม่ของพี่น้ำหนึ่งถึงมา  พี่เพชรร่ำลาพัักหนึ่ง พี่น้ำหนึ่งก็ดึงพี่เพชรกระซิบเบาๆ ว่า

  "เค้าไป  ตัวเองอย่าเศร้านานนะ"

  พี่เพชรบ่นกับทุกคน ทำไมพี่น้ำหนึ่งต้องพูดเป็นลางอย่างนี้ด้วย เช้าวันถัดมาพี่เพชรรีบไปโรงพยาบาล พี่เพชรรู้สึกว่าอยากไปเจอพี่น้ำหนึ่งมาก

  ในห้องของโรงพยาบาล พี่เพชรก็ถามอย่างสงสัยว่า เมื่อคืนพี่น้ำหนึ่งพูดอย่างนั้นทำไมกัน  พี่น้ำหนึ่งร้องให้ พ่อแม่ของพี่น้ำหนึ่งอยู่ด้วยก็ตกใจ

  แล้วพี่น้ำหนึ่งเล่าว่ามีคนมาชวนไปเที่ยว มากันเป็นกลุ่มใหญ่เลยมารห้อมล้อมเตียงกันแน่นขนัด  เมื่อก่อนก็มีมาแต่ไม่บ่อย หน้าตาของคนที่มาก็เพิ่มจำนวนขึ้น คนหน้าเก่าๆ ก็ยังเห็นเหมือนเดิม  แต่พี่น้ำหนึ่งขอเจอพี่แต๋มแล้วจะไปเที่ยวด้วย

  พี่เพชรเล่าว่า  วันนั้นอากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน พีอของพี่น้ำหนึ่งเชิญพระแต่พระที่มีชีวิตไม่ว่างสักรูป  พีอของพี่น้ำหนึ่งเอาพระรูปหล่อขนาดกว้าง 5 นิ้ววางไว้บนหัวเตียง ญาติๆ ของพี่น้ำหนึ่งมากันมากเป็นพิเศษ ทั้งที่เป็นวันธรรมดา  เป็นเวลาสายๆ ของวันนั้น ญาติๆ ก็มากันครบแล้ว

  พี่น้ำหนึ่งเป็นคนกินง่าย  นับแต่ป่วยมาก็กินได้น้อยลงและไม่ค่อยอยากจะกิน พ่อของพี่น้ำหนึ่งดีใจมากที่เห็นพี่น้ำหนึ่งกินอย่างเอร็ดอร่อย แล้วพี่น้ำหนึ่งก็บอกว่าอยากกินไก่ย่างห้าดาว พ่อแอบออกไปซื้อมาให้พี่น้ำหนึ่งทาน พี่น้ำหนึ่งทานน่าอร่อย และหมดด้วยค่ะ

  นั่งดูละครกันสักพักใหญ่ พี่น้ำหนึ่งพูดลอยๆ ขึ้นมาว่่า

  "แต๋มมาแล้ว  แต๋มมาแล้ว เพชรไปเปิดประตูสิ"

  พี่น้ำหนึ่งพูดอย่างดีใจ  พี่เพชรเลี่ยงจากพ่อแม่ของพี่น้ำหนึ่ง  ซึ่งทำหน้ากันตื่นๆพี่น้ำหนึ่งพูดเป็นความจริงค่ะ พอพี่เพชรเปิดประตู พี่เพชรตกใจเลย ล่ะค่ะ  เพราะเห็นพี่แต๋มสะพายเป็ สวมรองเท้าผ้าใบ

 "นายมาได้ไงกัน นายอยู่ต่างจังหวัดไม่ใช่เหรอ ใครบอกนายว่าน้ำป่วย" พี่เพชรทักพี่แต๋ม
 
     เพราะเราฝันถึงน้ำน่ะสิเพชร เราถึงอยู่ไม่ได้เลยต้องมาที่กรุงเทพ เข้ากรุงเทพไปบ้านน้ำก็เลยได้รู้ว่าน้ำไม่ค่อยสบาย  แล้วน้ำล่ะ



   พี่เพชรขนลุกเดินนำพี่แต๋มเข้าห้อง พี่น้ำหนึ่งดีใจมาก เป็นที่น่าสังเกตุว่าวัันนั้นสีหน้าของพี่น้ำหนึ่งดีมากค่ะ มีเลือดฝาดผิวพรรณเปล่งปลั่ง แล้ก็ยิ้มแย้มแจ๋มใสมาก  พี่น้ำหนึ่งพูดกับพี่แต๋มว่า

   "เค้ารอตัวเองมาตั้งนาน มาสักทีน่ะ เรารอแต๋มเพื่อที่จะบอกลา"

พ่อแม่พี่เพชรดุพี่น้ำหนึ่งมากมายพี่น้ำหนึ่งเปลี่ยนเรื่องคุยกับพี่แต๋มได้สักพักหนึ่ง แล้วจู่ๆ ก็หันมาบอกกับแม่ว่า

  "แม่กลับไปที่บ้านน่ะค่ะ  แล้วเปิดตู้เสื้อผ้าของน้ำ น้ำซื้อชุดลายมาหลายสีปนกัน น้ำอยากใส่"

  พี่น้ำหนึ่งพูดเป็นลางก่อนตาย นอกนั้นพี่น้ำหนึ่งทานอาหารได้ดีกว่าที่แล้วๆมา

  พี่น้ำหนึ่งดูแข็งแรง สดใส ร่าเริง พิวพรรณเปล่งปลั่งอย่างคนที่ไม่ค่อยเจ็บป่วยมาแรมเดือน

  สักครู่ใหญ่ๆ พี่น้ำหนึ่งพูดขึ้นมาลอยๆ ว่า

  "น้ำไปก่อนน่ะ พวกเขามากันแล้ว แม่อย่าลืมที่น้ำพูดน่ะ"

  จากนั้นพี่น้ำหนึ่งล้มตึงบนเตียงเหมือนคนหลับลึก  พยายามปลุกพี่น้ำหนึ่ง แต่เธอก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น หมือว่าพี่น้ำหนึ่งเสียชีวิตแล้ว ด้วยอาการหัวใจวายเฉียบพลัน

   เย็นนั้นจัดงานศพอย่างฉุกละหุก แล้วแม่ของพี่น้ำหนึ่งก็ไปค้นตู้เสื้อผ้าพบชุดนั้นจริงๆ  พับอยู่ในถุง ยังใหม่เอี่ยมไม่ได้ใส่เลยสักครั้ง ในถุงมีขี้ผึ้งใช้ทาปากบรรจุอยู่ในตลับยาหม่อง และเมื่อเปิดออกมีกลิ่นเน่าเหม็นของศพ

   แม่ของพี่น้ำหนึ่งจำได้ว่า มีคนทักว่าพี่น้ำหนึ่งไปรับของไม่ดีมาจาำกที่ไหน ไม่มีใครรู้ว่าพี่น้ำหนึ่งรับมาจากไหน จนเนียพี่น้ำหนึ่งไป

   สิ้นงานศพนั้น พี่น้ำหนึ่งมาในฝัน  เธอร้องให้มากมายแล้วบอกว่า
"ตนเองยังไม่ถึงที่ตายเลย  และอยู่อย่างทรมานด้วย ขอให้ช่วยทำบุญให้เขาด้วย

  ก่อนพี่น้ำหนึ่งจะเสียเพียงวันเดียว ข้างบ้านพี่น้ำหนึ่งได้ยินเสียงนกแสกดังทั้งคืน  อยู่ตรงบ้านพี่น้ำหนึ่งนั้่นแหละค่ะ

   ส่วนยาหม่องที่มีขี้ผึ้งให้ทางพระดู  พระก็บอกให้เอาไปทิ้ง อย่าให้เห็นบนพื้นโลก ถ้าทิ้งน้ำก็อย่าให้มีขี้ผี้ผึ้งนี้เหลือให้มันหายไปจากโลกนี้ให้ได้ เพราะว่ามันเป็นขี้ผึ้งสาปแช่งคนที่ได้รับจะถึงที่ตาย

Death Omen

    A brother, one sister, a dear friend of mine. My name is Ruby's sister I have a bottle of water into the hospital during the holidays. Students in the same classroom with my water did break I went back home. Or to different Is not there anyone in the room know that I Eai a fluid one sick to the hospital. He's a sick Into the hospital for a while but sick at any one of his water. A surprise to you.

       Stone had seen with my eyes. Then tell I do not believe that Diamond talks about the fact that I was a friend of my precious water. One to look after her water frequently. Diamond Agent's sick of it water. Stone believed It was found that the diamonds to prove it one day, but the water was released from the hospital. I turned to diamonds and gemstones that challenge. Stone went with it or not. To see eye to eye No one went to her house. I water it would be the symptoms of the disease will recur up aunt. This gem of a strange disease too. Stone was true, then it poses a challenge that I turned to diamonds and gemstones that. Stone went with it or not. To see eye to eye No one's going to not be pulling for him. I water it would be the same disease symptoms will recur again. This gem of a strange disease too. Sapphire is the fact that I told her diamonds. I believe I have to believe

     One ride with your parents at home. I talked to her a diamond which lay behind the pickup Ioeie Covered and Stone was sitting with.

    Until he went home at all. I sleep with one call does it all, do not panic, it's not real thrilled that I brought one back hospital.

     Later I heard that one's better. My mother and I went to a fortune teller. I believe it is unlikely The Prophet add that it's not good to get a bottle of water. No one's asked me to do.

    No one's ever going to get I do not know of anyone.

    It's a bad and a bottle of water to kill his brother.

   Not long ago I dreamed that a man and a woman as the large crowd around the hospital bed. I was told to come to get water for the Nึue.

   No one answered, but

   "I want to go with it But wait before you tighten it by waiting for then, do not forget it. "

   Older but he is a lover of water. I tighten it up before it goes the way I remember waiting for it. "

   Older but he is a lover of water. That stem back to the provinces. The province is home There did open up Back to school At home I opened the ice but with busy work for me is simple.

   Before he died of water really is.

   I tighten my love of water. That dream is an omen I see standing water in the distance. I dream that one water That dream is an omen I see standing water in the distance. In one dream, he called me a stamp. And weeping hysterically, the man would die. No one's crying uncle for a while, turned back and disappeared into the darkness. I woke up early but with a quick trip to Bangkok.
   Gems forget about it It recalls that her diamond Sister Ruby back from the hospital was telling us all that.

    The night before he died, his mother and one brother and one engaged. Let's Diamond watch is not water. Eight will come back soon. I waited until nine diamonds and one of your parents to come. I leave Paa a diamond one. I pulled a bottle of water on the diamond that whispered.

   "Do not be sad for me to own it."

   Diamond I complained to everyone Why, one must say crazy stuff like this. The next morning I rushed to the hospital diamonds. I feel like I found a diamond on a very large one.

   In the hospital room He said the diamond was suspected. When I say that's why the water. I cried for water I live with one's parents were shocked.

   And then I recalled that it was invited to visit. Come together as a large group, it can encompass a packed bed. When it has, but not often. So it's a growing number of old people is also seen as before. But no one's asking you to visit with each of you.

   He recalled that Diamond Then the weather overcast cloudy sky. P and P are the only one that has had a busy life style. I took Water Phi, the statue measures 5 inches wide, placed on the bed of my cousins ​​and a very special one. Both weekdays line for the day was to get my relatives already.

   I swallowed a bottle of water. From the patient to eat less and do not want to eat. My father and I for one am glad to see that one eats with gusto. Then I was told to eat a roast chicken one and five stars. I sneak out to buy a bottle of water, I eat. I ate a delicious bottle of water And if it

   I watch a little while. I catch up with one saying that.

   "But come on, but the diamonds to open it."

   I was very pleased with What diamond away from your parents and one. Which do not face up to one's speech is here. When I opened the door and Diamond Diamond shocked me anyway because my shoulder into Stamford. Wear sneakers

  "I have known Mr. The country is not it. Who told you that a patient, "I add my diamond stamp.
 
      I'm Dreaming of a classic diamond. We are not required to come to Bangkok. Bangkok is home to the water, it was realized that the water was going to water it.



    He led me goosebumps diamond stamp room. I am very glad of water It is noteworthy that the expression was Wana's not a very good one. Healthy glowing skin Jam is smiling, then clear. No one I talk to him, but essentially it.

    "I held my own for a long time to wait, but once we do, so to say goodbye."

Father, mother, older brother and one diamond looks like a lot of change but rather talk with you for a while, then suddenly turned to tell her that.

   "I returned to the house. Then turn the water closet Buy a set of multi colored stripes mixed with water would enter. "

   No one said it was clear before his death. Then I eat one's better than the guy.

   It is a strong cheerful glow pin plants that had never been sick in months.

   What a great moment, one speak up thinking that.

   "I lead They come together I remember talking with him. "

   Then I strained the juice of one falling on the bed like a deep sleep. No one's trying to wake me But she did not seem to wake up. The one hand, that he died in the water. With acute coronary

    Evening funeral hurriedly. Then I went to find one of the older water closets found folded in a bag set, it really is not new at all to me. The bag has a wax cartridge lip balm. When open, the smell of corpses.

    I remember that one's mother. Someone that's not a bad one to pick up where opposites. No one knows that one of the water comes from. It's a one-to Catalonia

    The end of the funeral What a dream come She cried a lot and said.
"I have not to die. And the suffering Let me help him with.

   It's a waste of water a day. One side of the house I heard a barn owl in the night. This is my home and one reached me.

    The balm with beeswax to the Holy See. I was told to leave. Do not let the Earth If they do not make water playful spirit with this bee to make it disappear from this world to be. It is a curse because the wax has been put to death.



วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เสียงเตือน

เสียงเตือน

    มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิขึ้นรอบๆตัวเรามากมาย บางสิ่งเราอาจจะมองเห็นและรับรู้ได้ แต่บางสิ่งเราก็ไม่สามารถที่จะรับรู้ได้ว่าใครกำลังทำอะไรที่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดข้นกับัผมมันเป็นเรื่องที่ผมเองก็คิดไม่ถึงและไม่รู้ว่านันคืออะไรกันแน่

     เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ผมกับพ่อแม่ก็จะไปทำบุญที่วัดกันอาทิตย์ละหน แต่พอผมโต เริ่มมีงานมีการทำ ผมก็ไม่ได้ไปทำบุญที่วัดกันอาทิตย์ละหน แต่พอผมโต เริ่มมีงานมีการทำ ผมก็ไม่ได้ไปทำบุญกับพ่อแม่เหมือนเมื่อก่อน

    แต่หลายปีมานี้งานของผมก็ยุ่งมาก  ไม่มีเวลาว่างที่จะปลีกตัวเข้าวัดเลยก็ว่าได้ ช่วงนี้ผมก็เลยไม่ค่อยได้เข้าวัดทำบุญเหมือนเมื่อก่อนแม่ก็มาชวนผมไปทำบุญอยู่เรื่อยๆ  แต่งานของผมมันเยอะมาก จนทำให้ผมขยับตัวไปไหนไม่ได้เลย อย่าว่าแต่จะไปทำบุญเลย แค่จะพาพ่อกับแม่ไปเที่ยว ไปกินข้าวก็ยังไม่มีเวลาเลยครับ

     ยิ่งเดือนนี้มีงานเข้าเยอะมาก ผมต้องนั่งทำงานอยู่จนดึกดื่น บางวันกว่าผมจะได้นอนก็เกือบสว่างแล้ว 
beep

     There are many things a girl on around us. Some of what we might see and perceive. But some things we were not able to recognize who's doing what, where. But one thing that bugs me, it is a viscous gum I had no idea and do not know what exactly hostile.

      When a child I went with my parents to the temple of the sun, but I have grown from being made. I did not go to the temple of the sun, but I have grown from being made. I was not going to temple with my parents as before.

     But several years ago, and I was very busy. No time to escape the temple that it is. Well, I have not been to measure it when she invited me to come to me continually. But I can not do much. So I have not moved yet. She is going to merit it. I would take my parents to. I do not have time to eat it.

      This is a lot more work. I had to sit up at nights. Some day, I will not lie, it's almost light up.

วันอาทิตย์ที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เหตุเกิดที่ห้อง 265

เหตุเกิดที่ห้อง 265

  วันนี้เพื่อนๆ นัดให้ผมมาคุยถึงเรื่องงานกลุ่มที่จะ้ต้องทำร่วมกันผมเองถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าเรียน แต่งานชิ้นไหนที่เป็นงานกลุ่ม ผมก็ต้องรับผิดชอบ  ผมก็จะทำในส่วนของผมแล้วแต่ว่าเสียงส่วนใหญ่ในกลุ่มเขาจะว่ากันยังไง ว่าไงก็ว่ากันอยู่แล้ว

   เย็นวันนั้น ผมก็ไปหาพวกเพื่อนๆ ที่ห้อง 265 เพราะเราจะนัดเจอกันที่ห้องนั้นเสมอ

   ผมเดินจากห้องสมุดมาถึงตึก 2 โดยใช้เวลาไม่นานเพราะว่าตึกมันอยู่ใกล้กัน ผมเดินขึ้นบันไดเพราะว่าตอนนั้นลิฟต์์ที่ตึกเสีย ถึงเหนื่อยแต่ผมก็คดว่าดีกว่าจะต้องเป็นศพเฝ้าลิฟต์ที่มหาวิทยาลัย เพราะว่าลิฟต์ที่ตึก 2 ค่อนข้างเก่าและไม่ค่อยมีใครอยากใช้หรอก อาจารย์บางคนก็ยังเดินขึ้นเลยเพราะว่าสบายใจกว่าอย่างน้อยก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย

   ตอนที่ผมเดินขึ้นบันไดมาจนถึงชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นภาควิชาจิตวิทยา ผมเดิน ไปอ่านบอร์ดประกาศต่างๆ เดินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งผมรู้สึกว่าเหมือนสายตาของใครบางคนจ้องมองมาที่ผม มันทำให้ผมประสบการณ์ขนหัวลุก

   ปัง

  บอร์ล้มเสียงดังมาก ผมไม่รู้จะทำยังไงดี ไอ้ที่จะจับยกขึ้นมาคนเดียวก็กระไรอยู่เพราะว่าบอร์ดไม่ใช่อันเล็กๆ ผมจึงรีบเดินขึ้นบันใดไปที่ช้น 6 ผมก็รู้ว่าบรรยากาศรอบตัวมันแปลกๆ ไป ทั้งชั้นเงียบมากไม่มีใครนั่งอยู่ที่ระเบียงเลยแม้แต่คนเดียว ห้องพักอาจารย์ที่ผมลองชะโงกหน้าไปดูก็ไม่มีใครอยู่ คนทำความสะอาดก็ไม่อยู่ มันเกิดอะไรขึ้น

  ทุกคนหายไปไหนกันหมด ทำไมไม่มีใครอยู่เลย

  ผมเดิมมาถึงห้อง 265  ห้องนี้จะเป็นห้องประชุม แอร์เย็นสบายไม่ค่อยมีคนเข้ามาใช้ นี่แหละคือเหตุผลที่ผมและเพื่อนมานัดเจอกันที่ห้องนี้ เราอยากคุยเรื่องงานกันในที่ที่เป็นส่วนตัวสักหน่อย

  ก่อนที่ผมจะเปิดประตูเข้าไปนั้น ผมก็แอบมองทางช่องกระจกของประตูหลัง ผมเห็นเพื่อนของผมนั่งหันหลังอยู่ ผมนึกดีใจอย่างหนึ่งที่ว่า ผมมีคนอยู่เป็นเพื่อนแล้ว เมื่อกี้ที่เดินมาตลอดทางมันดูวังเวงๆยงไงชอบกล คิดในใจเหมือนกันว่านี่มัน 5 โมงกว่าเองน่ะ ตึกก็ยังไม่ปิดแต่ทำไมไม่มีใครอยู่ที่ชั้น 5 เลย

   ตอนที่ผมเปิิดประตูเข้าไปในห้องผมรู้ได้ท้นทีว่าห้องนี้อากาศเย็นมาก สงสัยเพื่อนผมรู้ได้ทันทีว่าห้องนี้อากาศเย็นมาก สงสัยเพื่อนผมจะเปิดแอร์รอไว้นานแ้ล้ว เพื่อนของผมนั่งอยู่ที่โต๊ะยาวข้างหน้า ผมจึงเดินเข้าไปทัก พร้อมกับวางหนังสือและกระเป๋าข้างๆ

   กบมึงรอกูนานรึยังวะ
   ไม่มีเสียงตอบ แต่พอหันหน้ามา อ้าว ขอโทษครับ นึกว่าเป็นเพื่อนผม ขอโทษครับ ผมทักคนผิด เพราะผู้ชายที่นั่งอยู่นั้นไม่ใช่กบเพื่อนของผมแต่เป็นใครก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเป็นเพื่อนนิสิตเหมือนกันนี่แหละเพราะเขาใส่ชุดนิสิตเหมือนกับผม ผมแปลกใจอยู่อย่างหนึ่งที่ว่าทำไมผมถามอะไรไปเขาก็ไม่ยอมตอบ

  อยู่ๆผมก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาเฉยๆ

เดี๋ยวจะไปห้องน้ำแป๊บหนึ่งน่ะ ฝากกระเป๋าด้วยละกัน

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ อีกเ่ช่นเคย แต่ผมก็เดิออกไปเข้าห้องน้ำตลอดทางเดินที่ผมเดินไปห้องน้ำนั้นผมได้กลิ่นเหม็นอะไรบางอย่างลอยมามันเป็นกลิ่นเหม็นเหมือนกลิ่นหนูตายแต่ว่ากลิ่นมันแรงมากๆ ผมรีบเข้าห้องน้ำแล้วก็กลับไปที่ห้อง แต่พอไปถึงห้องผมก็พบว่า

   ผู้ชายคนน้นหายไปแล้

   ในห้องมีแต่กระเป๋าของผมกับหนังสือที่วางอยู่เหมือนเดิม แต่อากาศในห้องร้อนมาก เหมือนกับไม่ได้เปิดแอร์เลย ผมก็นึกเอะใจอยู่ว่าถ้าผู้ชายคนนั้นเพิ่งปิดแอร์ได้ไม่นาน แล้วทำไมห้องมันถึงร้อยอย่างนี้ร้อนเหมือนไม่ได้เปิดแอร์เลยด้วยซ้ำ

  สักพัก โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น มีข้อความส่งมาว่า ลงมาจากตึกเลย รออยู่กันที่ห้องสมุด กบ

   พอผมไปถึงที่ห้องสมุดพวกเพื่อนของผมทุกคนนั่งรออยู่ด้วยสีหน้าเหมือนกับหวาดกลัวอะไรบางอย่างแล้วก็พูดขึ้นว่า

   แกเจอแล้วใช่ไหม

   เจออะไรวะ

   แกไปที่ห้อง 265 หรือเปล่าล่ะ

   อืม ใช่ทำไมอ่ะ

  แกเจอผู้ชายคนหนึ่งใช่ไหม

  ใช่

  พอผมบอกเพียงแค่นั้นพวกเพื่อนๆ ก็พากันตาโตด้วยความตกใจ

  ไอ้หอย  แกเจอผีหลอกแล้วรู้มั้ย กบบอกกับผมพร้อมกับอธิายต่อว่า ผู้ชายคนน้นเป็นนิสิตปี 3 ภาคจิตวิทยา เขาถูกรถชนตายเมื่อสัปดาห์ก่อน มีคนบอกว่าวนที่เขาโดนรถชนเขารีมาสอบที่ห้อง 265 แต่สุดท้่ายเขาก็มาไม่ทันเพราะดดนรถชนตายเสียก่อน วิญญาณของเขาเฮี้ยนมาก ไม่ว่าใครที่ไปห้องนั้นตอนเย็นๆ ก็มักจะเจอเขานั่งอยู่ในห้องเสมอ คงเป็นเพราะเขายังเป็นห่วงอยู่

   พอได้ฟังที่เพื่อนพูด ตอนแรกผมก็ขนลุกเหมือนกันเพราะไม่คิดว่าัตัวเองจะเจอดีเข้าให้ แต่พอได้ฟังเรื่องแล้วก็สงสารผู้ชายคนนั้นเหมือนกัน

   วันรุ่งขึ้นผมกับพวกเพื่อนๆ เลยไปใส่บาตรอุทิศส่วนกุสลให้เขาคนนั้น

The incident occurred at 265

   Today friends I have an appointment to talk about the work to be done together, although I do not attend school. The items from the group. I was also responsible I will do my part, but the majority of the group, he would say to me. What did you do that already.

    That evening I went out with friends on a 265 because we will arrange to meet with the customers.

    I walked from the library to the second building by building, it did not take long for near. I walked up the stairs because the elevator is broken automobile to Bldg. I was tired, but the crook is better to have a body guard at the elevator. The second elevator building is quite old and rarely want to use it. I went because some people are more comfortable, at least to get it there safely.

    When I walk up the stairs to the third floor, which was the Department of Psychology, I went to read the forum announcements. Walks Until I feel like someone's eyes staring at me. It was a hair-raising experience.

    bang

   Bourne knocked loudly I do not know what to do better. I raised one to catch it twice, because the board is rather small. I walked up the stairs to the sixth, I knew that such a strange atmosphere to the floor, very quiet, no one, not even the one sitting on the porch. Room teacher, I try to lean it uninhabited. The cleaning was not It happens

   All had gone well. Why is it no one

   I originally came to this room is a meeting room 265. Cool air into the lesser-used. This is why my friends and I went to the room. We want to talk about work in a little bit of privacy.

   Before I open the door and enter it. When I look at the glass of the back door. I saw my friend sitting behind him. I am glad that I have one. I have people as friends. Just to walk all the way around just how odd it looked lonely. I thought that was 5 o'clock than myself. Building was not closed but none in the top 5 yet.

    When I Epii the door into the room, I knew that this room is very cold resistant. I immediately suspected that this room is very cold. I doubt it will be open as long as strict. My friend sat at a long table in front. I went to add Along with books and a bag beside him.

    I waited for you frogs yet revealed.
    No answer But I'm sorry, I turned to a friend, I'm sorry, I add the wrong person because the man was not a frog sitting on a friend of mine, but I do not know. I know a fellow student as he put it, students like me. I wonder one thing I asked why, he did not answer.

   I suddenly felt a pain absolutely nothing.

I'm going to the bathroom a little while. Baggage with each

No answer any more, such as always, but I doodle away to the bathroom throughout the corridor, I walked to the bathroom then I smelled something floating in it was smelly smell a dead rat, but the smell is very strong. People I rushed to the bathroom and then went back to the room. But when I go to my room was found.

    The man was already closing.

    In this book, but my bag was placed in the same. The air in the room is very hot I did not open it I would suspect that if the man was off the air for very long. Why it was so hot the room was not open at all.

   While my phone was ringing. Messages that are sent From any building Frogs waiting at the library

    When I go to the library, her friends, and I all sat waiting with a face like a fear of something, they said.

    I know, right?

    What the Hell do

    I go to 265 or so.

    Um, yeah, why not

   I met a man right.

   Yes

   When I tell them they just friends. They were eyes in dismay.

   If you come across a haunted shell already know. Frog said to me, along with a textile that. The man was a good student in psychology, he was 3 years old in a car crash last week. Just as he got hit, he's coming out with a 265, but it was fun and he was not because of the car crash death. His spirit of Mother Anyone who went to the room that evening. I often saw him sitting in a draw. It is because he is worried.

    Wanes, friends say At first I did not think it was creepy because Weaa itself is not a good one. But I hear it was a poor man alike.

    The next day, I was with friends. Dragon to dedicate it to bowl him.
 

วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รอยเลือดปริศนา



รอยเลือดปริศนา


     เรื่องที่ผมจะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับตัวผมเองหรอกครับแต่ทว่ามันทำให้ผมฉุกคิดถึงความจริงบางอย่างว่าเรื่องแบบนี้มีด้วยหรือ  เพราะลึกๆแล้วผมก็ยังเชื่ออยู่ดีว่าผีไม่มีจริงในโลกน้ สิ่งที่เราคิดและเรารู้สึกนั้นเอง

    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับเพื่อนผมคนหนึ่ง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อนคนนี้ชื่อว่า เอกในตอนที่เกิดเรื่องนั้นเป็นช่วงที่เขาต้องไปดูสถานที่เพื่อทำค่ายอาสาพัฒนาที่ต่างจังหวัด ได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ห้องหนึ่งก็นอนกัน 6 คน ระหว่างที่ทุกคนนอนหลับกันไปหมดแล้วเหลือแ่่ต่เอกคนเดียว ในขณะที่เขากำลังจะปิดไฟเข้านอนนั้นเอง เอกก็ได้ยินเสียงคล้ายเสียงน้ำหยดลงมาดังติ้งๆ

   ตอนแรกเขาก็คิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จปิดน้ำไม่สนิทก็ได้ จึงไปดูที่ห้องน้ำปรากฎว่าน้ำหยุดนิ่งตามปกติ แล้วก็กลับไปเข้านอนอีกครั้ง แต่ว่ามันยังกลับมีเสียงน้ำหยดอีก ระหว่างที่เงี่ยหูฟังว่าเสียงมาจากทางไหนนั้น เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มที่พลิกตัวไปมาก็ลุกขึ้นนั่ง แหงนหน้้ามองไปที่เพดานห้องด้วยความงัวเงีย แล้วเขาก็ต้องร้องลั่น ทำให้เอกต้องแหงนหน้าามไปดูทันที ปรากฎว่าภาพที่เห็นทำให้เขาช็อกไม่แพ้เพื่อนคนนั้นเลย

    น้ำสีขุ่นข้นลักษณะคล้ายเลือดสีดำๆ เกาะแนนแน่นติดอยู่ข้างๆหลอดไฟนีออนขนาดใหญ่ค่อยๆ หยดลงมาที่พื้นอย่างช้าๆ เอกจึงรีบเปิดไฟทันที ภาพที่เห็นหลังจากที่เปิดไฟ ก็คือ รอยเลือดที่ค่อยๆ หยดลงมาที่พื้นอย่างช้าๆ เอกจึงรีบเปิดไฟทันที ภาพที่เห็นหลังจากที่เปิดไฟ ก็คือ รอยเลือดที่ค่อยๆ หยดนั้นเปรอะไปทั่วพื้นห้อง ก่อนจะลอยต้วขึ้นไปอย่างช้าๆ ที่เพดานอีกครั้งกลิ่นเหม็คามเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้อง

    เอกรีบปลุกเพื่อนที่เหลือให้ตื่น ทุกคนวิ่งหนีออกไปที่ระเบียงเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ทำให้ทุกคนเอะอะโวยวายจนอาจารย์ที่ปรึกษาต้องเข้ามาดูว่าห้องของเอกเกิดอะไรขึ้น เมื่อเอกและเพื่อนที่นอนด้วยกันอยู่เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้อาจารย์ฟัง  และกลับดูที่ห้องอีกครั้งหนึ่งปรากฎว่า

   ร่องรอยต่างๆ รวมทั้งรอยหยดเลือดนั้นก็ได้อันตรธานหายไปแล้ว

   อาจารย์ต่อว่าเอกและเพื่อนๆว่าก่อความวุ่นวายให้คนอื่น พร้อมกับบอกว่าพรุ่งนี้ให้พวกเขากลับไปที่มหาวิทยาลัยก่อนได้เลย เพราะขืนอยู่ต่อไปก็อาจจะก่อเรื่องอีกก็ได้

   เอกบอกว่าเขาไม่เสียใจเลยที่อาจารย์ไล่ให้กลับมหาวิทยาลัยก่อนเพราะขืนอยู่ต่อไปจะเจออะไรอีกบ้างก็ไม่รู้

   แต่ที่สร้างความสงสัยและความสยองให้กับเอกที่สุดก็คือ รอย เลือดพวกนั้นมาจากไหนและมันหายไปได้อย่างไร
Reference blood

      I'm going to tell you the following. It's not happened to me right now, but it got me thinking about the fact that this is something with. Because deep down, I still believe that I do not live in the real world environment. What we think and we feel it.

     This story happened to a friend of mine gave. The latter was a classmate in college. This friend named Doctorate in the subject is as we had to go to a place to make camp in the provinces. Was staying at a hotel. Sleeping 6 people in one room, it's all gone to sleep, but Donna alone. While he was off to bed then. Donna was heard like the sound of water dripping from the fittings on.

    At first he thought it might be a younger friend who just finished off the shower water was not that close. It turns out that the water bath to a standstill as usual. I went back to bed again. But it's also the sound of water dropping. While listening to the sounds coming from that way. A friend in need is turned away, I sat up. I looked up at the ceiling with a look sleepy. Then he must scream Donna must wait for the contribution made ​​to look away. It turns out that the sight made ​​him friends not shock him.

     Muddy water colors like black blood. Mackinac Island is packed with large, neon lamp beside gradually. Drop down to the ground slowly. Donna quickly turn away The scene after the fire, it is blood that slowly. Drop down to the ground slowly. Donna quickly turn away The scene after the fire, it is blood that slowly. Drop it smeared all over the floor. Samples before floating up slowly. The ceiling once again smell the stink of blood throughout the Pho Ahmed.

     Donna rushed to wake up remaining friends. Everyone ran out to the balcony when this happens, make everyone shout and advisors need to see a document that happen. When Donna and her friends on the couch with all the stories I hear. And back again to look at proven.

    Signs, including a drop of blood and then vanishes.

    Teacher that Donna and friends that disrupts the others. Along with that I give them back to campus before it. If he stays, it might cause a lot more time.

    Donna said that he regretted the teacher sent him to the University because he stays I do not know anything else.

    But that creates a sense of wonder and horror for most majors is blood they came from and how it's gone.

วันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2556

สวยสยอง

สวยสยอง
     นัท.... นัทมนใช่ไหม เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งเรียกชื่อใครก็ไม่รู้ แต่อยู่ดีๆ เธอก็รีบเดินตรงเข้ามาจับที่แขนของฉัน ฉันกึ่งงงอยู่เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วฉันก็หันไปพูดกับเธอว่า

  ขอโทษค่ะ คุณจำคนผิดแล้วมั้งค่ะ

  อะไรกันนัท เราอรไง แรพิน ที่เราเคยไปอบรมที่โรงงานด้วยกันไง

  ผู้หญิ่งคนนั้นยังคงยืนยันว่าฉันเป็นเพื่อนของเธอ เล่นเอาฉันทำอะไรไม่ถูก  พยายามจะเดินหนีแต่เธอก็ยังไม่วายทักท้วง

  ขอโทษค่ะ ฉันไม่เคยรู้จักคุณมาก่อนเลยจริงๆ

 อ้าว...เธอจำฉันไม่ได้จริงๆ เหรอ เดี๋ยวสิจะไปไหน

 ฉันตัดสินใจเดินหนีออกมา เพราะไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี พูดปฏเสธอะไรไปเธอก็ยังยืนยันคำเดิม ฉันรู้ว่ามันไม่ค่อยดีทีทำแบบนี้แต่ว่ามันคงเป็นทางเดียวที่ฉันจะออกมาจากเธอคนนั้นได้ ฉันคิดว่ามันต้องเป็นการเข้าใจอะไรผิดแน่ๆ ทำไมผู้หญิงแปลกหน้าคนนั้น จะต้องเรียกฉันว่า นัท ด้วย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนเรียกฉันแบบนี้

     ฉันรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่างแล้ว แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี คืนหนึ่งฉนฝันว่าอยู่ดีๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมาหาฉันที่หน้าบ้าน เธอบอกว่าจะมาเอาของคืน ฉันบอกว่าฉันไม่เคยเอาของอะไรของเธอไปเลย  เธอบอกว่าสักวันฉันต้องเอาของฉันคืนแน่นอ ในฝันเหมือนกันว่าเราพูดคุยกันเถียงกันไปมา เหมือนเป็นคนที่รู้จักและสนิทกันมาก ทั้งๆที่ความจริงแล้วฉนไม่เคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นมาก่อนในชีวิต

    เมื่อฉันตื่นขึ้นมาก็พยายามทบทวนถึงความฝัน แต่ฉันก็รู้สึกว่ามันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ฉันคงจะคิดมากเรื่องผู้หญิงแปลกหน้าที่เข้ามาทักผิดแล้วเก็บไปฝันก็เป็นได้

   คืนต่อมาฉันก็ฝันถึงผู้หญิงคนนั้นอีกแต่คราวนี้ท่าทางและหน้าตาของผู้หญิงคนนั้นน่ากลัวแลดุดัน เหมือนกับโกรธแค้นใครมาจากไหน เธอพยายามจะขอของเธอคืนจากฉันให้ได้ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี สายตาของเธอที่จ้องมองฉันมันบอก ถึงความอาฆาตแค้น

  ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี จึงเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาแม่ซึ่งแม่ของฉันบวชเป็นชีอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ในตอนที่แม่ชีเห็นหน้าฉัน ถึงกับผงะเล็กน้อย

    ฉันแปลกใจไม่ได้ถามอะไรแต่เล่าเรื่องทั้งหมดใหท่านฟัง ท่านถามฉันว่าฉันได้ล่วงเกินอะไรใครโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า ฉันพยายามนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก

   จนในที่สุดฉันก็นึกออกจนได้

   แม่ชีบอกแต่ว่าถ้ารู้แล้วก็รีบไปแก้ไขซะ ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง วันต่อมาฉันรีบไปที่ร้านเสริมสวยทันที ฉันบอกให้ช่างเสริมสวยเอาผมที่ฉันเพิ่งต่อมาเมื่อเดือนก่อน เอาออกให้หมด เพราฉันคิดว่าเส้นผมเหล่านั้นเป็นเส้นผมของคน ไม่ใช่เส้นผมที่เป็นเส้นไหมสังเคราะห์แต่เส้นผมเหล่านั้นเป็นเส้นผมของคน ไม่ใช่ผมที่เป็นเส้นไหมสังเคราะห์แต่อย่างใด

   ตั้งแต่ฉันเอาผมออกไป ก็ไม่มีใครทักฉันผิดอีกเลย ฉันกลับไปหาแม่ชีอีกครั้ง คราวนี้สีหน้าที่ท่านมองฉันดูเหมือนจะดีขึ้นมาก ท่านมองหน้าฉันแล้วได้แต่บอกว่าสิ่งที่ฉันทำน่ะถูกแล้ว

   ฉันมีเรื่องที่สงสัยอยู่อย่างหนึ่งว่า เมื่อครั้งก่อนที่ฉันมาหาท่านทำไมท่านถึงมีสีหน้าแปลกๆ แม่ชีบอกว่าถ้ารู้แล้วไม่ต้องตกใจไปเพราะอย่างไรเรื่องมันก็จบด้วยดีแล้ว  ท่านบอกว่าตอนที่เห็นฉนในครั้งนั้นใบหน้าของฉันเปลี่ยนไปมาก เหมือนไม่ใช่ฉัน มันเหมือนกับว่าหน้าของฉันมีคนอื่นซ่อนอยู่

   ฉันได้ฟังแค่นั้นก็เล่นเอาขนลุกแล้ก็พอจะปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับฉันทั้งหมดได้แล้วว่าเพราะอะไร ทั้งเรื่องความฝัน ทั้งเรื่องที่มีคนมาทักชื่อฉันผิดบ่อยๆ

   ฉั้นรู้แล้วว่าสิ่งที่ฉันตัดสินใจลงไปนั้นถูกต้องที่สุดแล้ว จะมีก็อยู่เรื่องเดียวที่ฉันตั้งใจก็คือฉันอยากจะไปทำสังฆทาน ทำบุญสะเดาะเคราะห์ เพื่อให้ชีวิตดีขึ้นไม่ต้องมาโชคร้ายเจอเรื่องเร้นลับอย่างนี้อีก

pretty Scary
      Bangkok's nuts .... and yes the voice of a woman who did not know the name but I walked into her hand on my arm. I'm semi existed that it happens. Then I turned to her.

   Sorry, you need someone to mod it.

   What nut do you Germain rapid that we've been trained at the factory with it.

   The majorette he still insisted that I was her friend. What is being played out. Tried to walk away, but she did not attack alone.

   Sorry, I did not know you before.

  Oops ... I remember I did not really like going, wait a second.

  I decided to walk away I do not know what to do. I reject what she has to confirm the same. I know it's not good to do this, but it was the only way I would come out of her man. I think it must be understood that way. Why is a stranger Would have called me nuts with this is not the first time someone called me like that.

      I suspect something then. I do not know what to do One night I dreamed of something. I had a woman come up to me at home. She said to come out of the night. I said I never took anything for her to do. She said that someday I have to bring my tight at night. In the same dream that we talked back and forth arguing. Like the people who know and are very close. In spite of the fact that I've never seen that woman before in my life.

     When I woke up I tried to reproduce the dream. But I also feel that it may not have anything. I would think it strange to say that women can dream it would be.

    The next night I was dreaming of the woman again, but this time the girl's face and then daunting field. Furious as I was from. She tried to let her get away from me. I do not know what to do. Her eyes staring at me, it said. The spiteful

   I do not know what to do. We hope to discuss my mother's mother, who became a nun at a Buddhist temple in Thailand. When I see the nuns. With a little taken aback to

     I'm surprised we have not asked, but told all to you. You ask me if I have offended anyone anything without knowing it. I tried to imagine how it could not.

    Finally, I think it is.

    The nuns told me if I was in a hurry to fix it. Everything will be better the The next day, I rushed to the salon immediately. I told the beautician it took me a month later when I just took it out because I think the hair is the hair of those people. Not a hair is silk, but synthetic hair is the hair of those people. I was not at all synthetic silk.

    Since I took it out I can not add any more. I returned to the nuns again. This time you see a face I seem to be a lot better. He looked at me and said something, but I do it right.

    I have a suspicion that one. When I first came to you why you have a strange expression. The nun says that if you do not need to panic, however, because it ended with a good story. You say that now that I am in that my face has changed a lot. I do not like It's like hiding my face with others.

    I just listened to it and then play it creepy enough to piece together a story that happened to me all that I do. Both dreams The story I have to add a name to it.

    Kata knew then that I decided to go the correct way. There is one thing I intend to do is, I would assume. What exorcise To make life better not to know the mysteries of this unfortunately.




  

วันเสาร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2556

เรื่องนี้มีตำนาน

เรื่องนี้มีตำนาน

      ในคืนวันหนึ่งที่บ้านของผมซึ่งประกอบไปด้วย พี่ชาย พี่สาว และน้องชายอีก  2 คนไม่มีอะไรจะทำเพราะพ่อแม่ไม่อยู่บ้านไปทำงานต่างจังหวัด กว่าจะกลับก็คงอาทิตย์หน้า  ความจริงถ้าพ่อกับแม่ป่านนี้เราคงต้องเข้านอนแล้ว แต่นี่แม่ไม่อยู่เราก็เลยนั่งเล่น นั่งดูทีวีกันตามสบาย

  อยู่ดีๆ พี่ชายก็เลยตัดสินใจว่าจะให้ทุกคนเล่าเรื่องผีที่ตัวเองเคยเจอหรือเคยได้ยิน ถ้าเรื่องของใครน่ากลัวสุดก็จะสั่งพิซซ่ามาเลี้ยงผมเองน่าจะอ่อนหัดในเรื่องนี้ที่สุดในบ้านก็ไม่รู้ว่าจะเล่าเร่องอะไรดี คิดมาได้ว่าครั้งหนึ่งพ่อเคยเล่าเรื่องชวนขนหัวลุกซึ่งเกิดขึ้นสมัยที่พ่อเรียนอยู่ต่างจังหวัด

    เรื่องของเรื่องก็คือพ่อ เป็นศิษย์เก่าที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งตอนที่คุณพ่อเรียนอยู่ชั้น ม.5 นั่นเองที่โรงเรียนก็ได้มีการด่อสร้างตึกใหม่ เพื่อใช้เป็นหอประชุม ในระหว่างที่กำลังก่อสร้างอยู่นั้นเอง บันใชไดตรงกลางของตึกใหม่ที่เพิ่งจะสร้างนี้ก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นทำให้คนงานคนหนึ่งตาย หลังจากที่ตึกแห่งนี้สร้างเสร็จ ก็มีเสียงร่ำลือในโรงเรียนกันอย่างหนาหูว่า พอใกล้ๆ เที่ยงคืนจะมีวิญญาณของคนงานที่ยังวนเวียนอยู่ปรากฏขึ้น

    ด้วยความคึกคะนองตามประสาวัยรุ่นของพ่อในตอนนั้น พ่อจึงชักชวนเพื่อนๆ ให้ไปพิสูจน์ความจริงกันในคืนวันหยุด
คืนนั้นพ่อกับเพื่อนๆ เข้าไปที่โรงเรียนและไปที่ตึกนั้นทันที ที่หน้าบันใดตรงกลางของตึก มีเงาสีขาวปรากฏขึ้นมาอย่างเงยบเชียบ หลงจากนั้นเงาสีขาวนั้นก็ค่อยๆ เริ่มเคลื่อนต้วขึ้นไปบนบันได้อย่างช้าๆ

  พ่อบอกว่าสิ่งที่เห็นในตอนนั้นทำเอาพ่อและเพื่อนๆแทบจะไมเชื่อสายตาตัวเอง บรรยากาศรอบๆ ตัวตอนนั้นก็ดูแปลกๆ อย่างไรชอบกลและท้นใดนั้นเอง บนไดก็ค่อยๆ จางหายไปทีละขั้นๆ

   พอเงาสีขาวเลื่อนขึ้นไปพ้นบันใดขั้นสุดท้าย เงาสีขาวนั้นก็หายไปและในตอนนั้นเอง บันไดตรงกลางทั้งหมดนั้นก็พลันหายไปด้วย

  ทีนี้เล่นเอาทุกคนพูดไม่ออกวิ่งแตกกระเจิง รีบปีนรั้วออกมาจากโรงเรียนให้เร็วที่สุด พ่อบอกว่าพ่อน่ะนอนเป็นไข้ทั้งคืน ส่วนเพื่อนๆก็มีอาการไม่ต่างกัน

  วันรุ่งขึ้นเมื่อพ่อกับเพื่อนๆ ไปที่โรงเรียน ตัดสินใจกลับไปดูที่ตึกนั้นอีกครั้ง แต่ปรากฏว่าบันไดทั้งหมดกลับอยู่ที่เดิม ไม่ได้หายไปไหน เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิดเดียว

   พ่อกับเพื่อนๆ ก็ได้แต่แปลกใจ แต่ที่แน่ๆ ก็คือไม่คอดจะลองของอีกจนเรียนจบจกโรงเรียน เรื่องที่เกิดขึ้นก็กลายเป็นตำนานสยองขัวญของโรงเรียนจากรุ่นสู่รุ่น

  เมื่อผมเล่าจบปรกกฏว่าพี่ๆ น้องๆ ของผมก็หลับกันหมดแล้ว นี่อาจจะเป็นเรื่องผีที่ช่วนนอนที่สุดเลยก็ว่าได้น่ะคครับ

ก็บอกแล้วว่าผมน่ะเล่าไม่เก่งหรอก

This is a myth
       One night at my house, which includes a brother, sister and two brothers who have nothing to do because my parents were not at home to work in other provinces. Than it would be back next week. In fact, if my parents had thus far we still have to go to bed now. But even this is we're living. I see it as well

   Suddenly my brother decided to give myself every ghost story ever met or heard of. If that's not awesome, I would order a pizza party is weak in this regard in the house did not know how to tell the good ply. I always thought that once hair-raising story which happened to be the father of the province.

     The thing is, I An alumnus of the high school where he attended grade. 5 that the school has been logged in the new building. For use as an auditorium During the construction itself. Yes, it's currently in the middle of the building is newly constructed, it was an accident caused when a worker dies. After the building is completed. There was a rumor in school that's close to midnight undermining the spirit of the workers at the circle appears.

     With a spirited manner of his teens at the time. Persuade his friends To prove that night holiday.
That night, my father and his friends Visit the school and to the building immediately. The roof of the center of the building. There appears to be a glossy white look on Brian O'Shea. The White Shadow was lost gradually. Start moving up the sample rate slowly.

   Tell me what you see in that guy and his friends hardly believe my eyes when I see the atmosphere around me. How odd is that on the resistant and fade gradually, step by step.

    The White Shadow Move up the stairs to reach the final. The White Shadow was gone and in it's own right. Ladder in the middle of all that, it suddenly disappeared.

   So I took off, running every say no disruption. I climbed the fence out of school as soon as possible. I told my father that I was sick all night. I have some friends in common.

   The next day a father and his friends. To school Decided to look at the building again. But it appears that all back on the same ladder. Not gone As if nothing happened, not even a little.

    Father with friends But surprise, but that certainly is not narrowed to try again until I finish my school hours. What happened became legendary Scary Stuff School from generation to generation.

   When I finished that rule on my sisters slept together. This may be a ghost to help the lie that it's not just me.

I was then told that I'm not good at it.




   

วันอังคารที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2556

เงามรณะ

   เงามรณะ

       เรื่องราวสยองขวัญนี้เป็นประสบการณ์ของน้องสาว ซึ่งได้เล่าให้ฉันฟังหลังจากที่กลับมาจากการเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ที่โรงเรียน

      เรื่องมีอยู่ว่า  ในคืนวันที่สองที่จะต้องทำกิจกรรมรอบกองไฟนั้นเอง กลุ่มขอน้องสาวก็คิดกันว่าจะเล่นดนตรีไทยตามที่ทุกคนถนัดเพราะไม่รู้ว่าจะแสดงอะไรดี แต่มันติดอยู่ที่ว่าห้องดนตรีปิดแล้วอาจารย์ที่ดูแลห้องนี้อยู่ก็ไม่ได้มาคุมค่ายครั้งนี้ด้วย ถ้าจะให้ไปขอกุญแจจากภารโรงก็คงจะยุ่งกันไปใหญ่แล้วถ้าอาจารย์รู้เข้าก็คงต้องต่อว่าได้เพราะไม่รู้จักเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

    ดังนั้นพวกน้องสาวเลยวางแผนกันว่าจะแอบงัดห้องเข้าไปทั้งๆที่รู้ว่าผิดแต่ก็คิดว่ายังดีกว่าที่จะไม่มีอะไรไปแสดงให้ทุกคนดู เพราะการแสดงก็ใกล้จะเริ่มแล้ว เมื่อถึงตอนสามทุ่มซึ่งเป็นเวลาที่ทุกคนจะต้องไปรวมตัวกัน ณ กลางสนามเพื่อที่จะได้เตรียมตัวก่อกองไฟ เปิดการแสดงกลุ่มของน้องสาวแบ่งกันเป็นสองพวกคือ พวกที่ไปรวมตัวที่สนามก่อนกับอีกพวกที่จะไปเอาเครื่องดนตรีมาให้


     น้องสาวฉันอยู่ในกลุ่มหลัง เพรา่ะชอบอยู่แล้วเรื่องที่ท้่าทายและน่ากลัวแบบนี้ ไม่เคยพลาด แล้วนี่เองที่ทำให้น้องสาวของฉันและเพื่อนๆ ต้องจดจำไปอีกนาน

    ในตอนที่น้องสาวกับเพื่อนงัดห้องดนตรีเข้าไปเอาเครื่องดนตรีมาได้แล้ว และก็กำลังจะกลับไปที่สนามนั้นเอง น้องสาวของฉันที่อยู่หลังสุด ก็ได้ยินเสียงบางอย่างตรงบริเวณหน้าระเบียง ก็เลยสะกิดให้เพื่อนอีก 2 คนที่มาด้วยฟัง แล้วทั้งสามคนก็ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ที่ระเบียงหน้าห้องศิลปะซึ่งอยู่ถัดจากห้องดนตรีไทยด้วยความสงสัยเพื่อนคนหนึ่งจึงได้ชวนกันไปดู

  พอเดินกลับที่หน้าห้องดนตรีไทยก็เห็นว่ามีเงาคนยืนอยู่บนระเบียงหน้าห้องศิลปะ เงานั้นค่อยๆปีนข้ามระเบียงออกไป ในขณะที่น้องสาวของฉันกำลังจะร้องทักอยู่นั่นเอง

  เงานั้นก็กระโดดลงไปข้างล่างต่อหน้าต่อตาคนทั้งสาม ด้วยความตกใจกลัว ทั้งสามคนจึงกรูกันเข้าไปมุงดูตรงที่เงานั้นกระโดดลงไป แต่ทว่าสิ่งที่ทั้งสามคนได้เห็นนั้นกลับกลายเป็นความว่างเปล่า น้องสาวของฉันหันกลับมามองเพื่อนทั้งสองอย่างเงียบๆต่างคนต่างหน้าซีด ไม่มีคำพูดใดๆ แต่เป็นที่รู้กันว่าทั้งสามคนควรจะรีบไปจากที่นี่ได้แล้ว
 
      ทั้งสามคนจึงรีบวิ่งกลับำไปที่บันได แต่พอจะถึงตรงบันไดเท่านั้นแหละ เสียงเดิมที่ได้ยินเม่อครู่ก็ดังขึ้นอีกครั้ง   ทั้งสามหยุดชงักโดยไม่รู้ตัวและหันกลับไปมองที่ระเบียงอีกครั้งก็ยังเห็นว่าเงานั้นกำลังปีนระเบียงเพื่อจะกระโดดลงไปข้างล่างอีกครั้งหนึ่ง



     คราวนี้ทั้งสามรีบวิ่งแบบไม่คิดชีวิต กลับไปหาเพื่อนที่รอบกองไฟ ด้วยความตื่นตระหนกและปรากฏว่าการแสดงของกลุ่มน้องสาวก็ได้ผ่านไปแล้วเพราะเพื่อนในกลุ่มที่รอนั้นขอผ่านไม่แสดงโดยให้เหตุผลกับอาจารย์วา่า เพื่อนมาไม่ครบและบางคนก็นอนป่วยอยู่ในห้องพัก ทำให้กลุ่มของน้องสาวโดนตัดคะแนน 10 คะแนน

    น้องสาวเล่าว่าหลังจากรอบกองไฟจบแล้ว ก็กลับมาที่ห้องพักและได้เล่าเหตุึการณ์ที่เกิดขึ้นให้เพื่อนๆ คนอื่นๆ ฟัง คืนนั้นไม่มีใครนอนหลับเลยสักคน จนกระทั่งเช้าทุกคนก็เก็บของกลับบ้าน

   แต่ทว่าภาพที่เห็นนั้นก็ยังติดตาอยู่ดี และไม่รู้ว่าเมื่อไรมันจะจางหายไป เพราะตราบใดที่น้องสาวของฉันและพวกเพื่อนๆ จะต้องเข้าไปเรียนที่ห้องดนตรีซึ่งอยู่ข้างๆ ห้องศิลปะนั้นอยู่ดี


Shadow of Death.

       
This is the experience of horror stories sister . Who told me after returning from a science camp at the school.

      
I have that . On the night of the second day, to do things around the fire itself. Groups sisters thought to be played by everyone's favorite because Thailand did not know what to express . But it stuck at the closed chamber music professor at housekeeping is not a prison camp by this time. If you want to get the keys from the janitor to the mess would be if I knew he would need to know that because it is not prepared to make available devices .

    
So my sister is planning to pry into the room , knowing that it's wrong, but I think it is better to have nothing to show for all to see . Because the show was close to begin. At nine , a time when all people will be gathered at the center of the field in order to be prepared for a fire . The show opens with a group of sisters, they are divided into two . Those who attended the course before they will go out with the other instruments too.

     
My sister is in the latter group . Open discussion is like a challenge and are not afraid to fail , then made ​​my sister and friends. Be remembered for a long time .

    
When my sister went out with friends, music instrument to wedge it. And it was returned to the field itself. My sister is back. I heard some of the front porch . I nudged the other two friends who came by to listen . Then the three men heard the same people are doing something in the terrace next to the art room , music room with suspicion Thailand was invited by a friend to see .

  
I went back to Thailand to face the music room that has a shadow person standing on the balcony of art. The shadow gradually climbing over the balcony . While my sister was there to say hello .

  
Shadow then jumped down in front of the trio . Horror . All three are gather together into the shadow , then jump down. But what I saw was all three turned out to be empty. My sister looked up quietly two friends were both pale . No words are . But it is known that all three should be rushed out of here now.

 

      
The trio was rushed to a Dallas Bam stairs. But the only ones to reach the ladder . Greater moment to hear the original voice rang again. Three full capacity unconsciously stopped and turned back to the balcony again, it is also evident that the shadow was climbing down the balcony to take the plunge again.

     
This time, all three rushed in his life. Return to find friends around the fire. Panic and appears as the sister group of friends in a group because they have passed through the waiting that 's not the reason the teacher Waea . Not complete , and some friends lay sick in the room . The group scored 10 points off of my sister .

    
Sister said that after the fire ended . I returned to the room and told me Tuึ happens to other people listening that night , none of them are sleeping . Everyone kept until the morning of the home.

   
But the vision is still being persistent . And did not know when it would fade. Because as long as my sisters and their friends. Will need to learn the music room , which is next door . The art room anyway.